TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “21 Days Theory” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
อ่าน
รู้งี้ทำนานแล้ว! สูตร เลิกบริหารเวลา แต่ให้บริหาร พลังงาน ในแต่ละวันแทน
เลิกเป็นทาสของนาฬิกา แล้วหันมาใส่ใจพลังงานตัวเองกันเถอะค่ะ การ เลิกบริหารเวลา แต่โฟกัส บริหารพลังงาน จะช่วยให้คุณสาวๆ ทำงานได้อย่างมีความสุข มีความคิดสร้างสรรค์ และที่สำคัญคือเหลือ พลัง ไว้ใช้กับคนที่คุณรักและงานอดิเรกที่ชอบหลังเลิกงานด้วยนะคะ ยุคนี้ ทักษะที่สำคัญกว่าการจัดตารางเวลา (Time Management) คือการ บริหารพลังงาน (Energy Management) ค่ะ เพราะเวลาเป็นทรัพยากรที่จำกัดและลดน้อยลงเรื่อยๆ แต่พลังงานคือทรัพยากรที่เราสามารถ สร้างใหม่ และ ขยายขอบเขต ได้ วันนี้จะชวนทุกคนมาเปลี่ยนมุมมองใหม่ เพื่อให้ทำงานได้มากขึ้นแต่เหนื่อยน้อยลงค่ะ ทำไม ควร เลิกบริหารเวลา โฟกัสพลังงาน การบริหารเวลาแบบเดิมๆ มักเน้นไปที่การยัดทุกอย่างลงในตาราง (To-do list) โดยลืมไปว่า สภาพร่างกายและจิตใจ ของเราในแต่ละชั่วโมงนั้นไม่เท่ากันค่ะ กลายเป็นความจริงที่ต้องยอมรับ คือ การนั่งทำงาน 2 ชั่วโมงในช่วงที่สมองล้า มีค่าเท่ากับการทำงานเพียง 20 นาทีในช่วงที่พลังงานเต็มเปี่ยม ดังนั้น การบริหารเวลาโดยไม่ดูพลังงาน จึงเป็นการฝืนร่างกายที่นำไปสู่ภาวะ Burnout ในที่สุดค่ะ 4 มิติของพลังงานที่คุณต้องจัดการ การบริหารพลังงานไม่ใช่แค่การนอนหลับให้พอ แต่มันประกอบด้วย 4 ส่วนสำคัญดังนี้ค่ะ พลังงานกาย : พื้นฐานสำคัญที่สุด มาจากการกินอาหารที่มีประโยชน์ การขยับร่างกาย และการพักผ่อน พลังงานอารมณ์ : ความรู้สึกเชิงบวกช่วยให้เราทำงานได้ลื่นไหล หากเครียดหรือโกรธ พลังงานจะรั่วไหลเร็วมากค่ะ พลังงานสมอง : ความสามารถในการโฟกัสและใช้ความคิดสร้างสรรค์ พลังงานจิตวิญญาณ : การรู้ว่าสิ่งที่เราทำอยู่นั้น ทำไปเพื่ออะไร จะช่วยสร้างแรงขับเคลื่อนมหาศาล 3 ขั้นตอน เปลี่ยนตัวเอง บริหารพลังงาน 1. ค้นหา ช่วงเวลาทองคำ คนเรามีนาฬิกาชีวิต ต่างกันค่ะ บางคนหัวแล่นตอนเช้า บางคนเครื่องติดตอนบ่าย วิธีทำ : สังเกตตัวเอง 1 สัปดาห์ว่าช่วงไหนที่รู้สึกตื่นตัวที่สุด ให้เก็บช่วงนั้นไว้ทำ Deep Work หรืองานที่ต้องใช้สมองหนักๆ ส่วนงานตอบอีเมลหรืองานเอกสารง่ายๆ ให้ไปทำช่วงที่พลังงานดิ่งลงค่ะ 2. ทำ Energy Audit เช็กจุดรั่วไหล ลองสำรวจดูว่าอะไร คือตัวดูดพลังงาน เช่น การไถโซเชียลนานเกินไป หรือการคุยกับคนที่มีทัศนคติลบ วิธีทำ : ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออก และเพิ่ม ตัวชาร์จพลัง เช่น การเดินเล่นสั้นๆ หรือการฟังเพลงที่ชอบระหว่างพัก 3. พักก่อนที่จะ หมด อย่ารอให้แบตเตอรี่เหลือ 0% แล้วค่อยพักค่ะ แต่ความจริงแล้ว คือการพักเป็นระยะๆ เช่น เทคนิค ทำ 25 % พัก 5% หรือการพักใหญ่ทุกๆ 90 นาทีตามรอบคลื่นสมอง จะช่วยรักษาพลังงานได้ดีกว่าค่ะ บทความที่คุณอาจสนใจ Work from Home คืออะไร? ทำงานที่บ้านยังไงให้มีประสิทธิภาพ 5 วิธีการป้องกันออฟฟิศซินโดรม เคล็ดลับในการทำงานอย่างมีสุขภาพดี
ไลฟ์สไตล์ • 26 มี.ค. 69
อ่าน
Golden Week ประเทศจีน 2026 ปีนี้มีวันไหนบ้าง?
ใครเตรียมไปเที่ยวจีนปี 2026 ต้องหยุดอ่านตรงนี้ก่อน เพราะการไปเที่ยวจีนในช่วง "Golden Week" หรือช่วงวันหยุดยาวฉลองวันชาติจีนนั้น ถ้าไม่เตรียมตัวให้ดี จากทริปในฝันอาจกลายเป็นทริปสู้ชีวิตได้ วันนี้ Travel TrueID จะพาไปเช็กปฏิทินกันว่า Golden Week ประเทศจีน ปีนี้ตรงกับวันไหนบ้าง? Golden Week จีน 2026 ตรงกับวันไหน? โดยปกติแล้ว วันชาติจีน (National Day) จะตรงกับวันที่ 1 ตุลาคมของทุกปี และรัฐบาลจีนจะประกาศให้เป็นวันหยุดยาวต่อเนื่อง 7 วัน หรือที่เรียกกันว่า "Golden Week" นอกจากนี้ยังใช้เรียกรวมไปถึงช่วงที่มีวันหยุดยาวอย่างต่อเนื่องด้วย ได้แก่ 1. วันหยุดตรุษจีน / Spring Festival วันหยุดตามประกาศ ตั้งแต่ 15 ก.พ. 23 ก.พ. 2026 (รวม 9 วันหยุดตามปฏิทินราชการของจีนในปีนั้น) โดยวันตรุษจีน (Chinese New Year) ตรงกับ 17 ก.พ. 2026 หมายเหตุ: รัฐบาลจีนกำหนดวันทำงานชดเชย (make-up workdays) รอบช่วงนี้ (เช่น 14 ก.พ. และ 28 ก.พ. ตามประกาศ) ดังนั้นควรเช็กปฏิทินการทำงานจริงก่อนวางแผนเดินทาง 2. วันชาติจีน / National Day Golden Week ปีนี้ตรงกับวันที่ 1 ต.ค. - 7 ต.ค. 2026ซึ่งโดยปกติคนจีนจะมีการ ทำงานชดเชยในวันเสาร์หรืออาทิตย์ ก่อนหน้าหรือหลังช่วงวันหยุดยาว เพื่อให้ได้หยุดต่อเนื่องยาวๆ 7 วัน ดังนั้นในช่วงปลายเดือนกันยายน และต้นเดือนตุลาคม บรรยากาศในจีนจะคึกคักเป็นพิเศษครับ 3. วันแรงงาน / Labour Day (ช่วงหยุดยาว) ประกาศวันหยุดวันที่ 1 พ.ค. - 5 พ.ค. 2026 (หยุดต่อเนื่องหลายวัน ถือเป็น mini-Golden Week ที่นักท่องเที่ยวมักหลีกเลี่ยงเพราะคนเดินทางเยอะ) 🏮 ทำไมถึงเรียกว่า "Golden Week"? เหตุผลที่เรียกว่าสัปดาห์ทอง ก็เพราะเป็นช่วงเวลาที่ชาวจีนหลายร้อยล้านคนจะออกเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการกลับไปเยี่ยมบ้านเกิด หรือไปเที่ยวตามแลนด์มาร์คดังๆ ทำให้เกิดเม็ดเงินสะพัดมหาศาล แต่ในขณะเดียวกัน สถานที่ท่องเที่ยวทุกแห่ง รถไฟทุกขบวน และโรงแรมทุกที่ก็จะเต็มไปด้วยผู้คนแบบมหาศาลเช่นกัน ====================
ทราเวล ทิปส์ • 24 ก.พ. 69
อ่าน
ตารางทำ Sugar Detox 10 วัน ลดความอยากของหวาน รีเซ็ตหุ่นสวย ผิวใส
สาวๆ เคยเป็นกันไหมคะ? พอตกบ่ายทีไรใจมันว้าวุ่น ต้องขอพึ่งชานมไข่มุกหรือขนมหวานซักชิ้นถึงจะมีแรงทำงานต่อ อาการ "ติดหวาน" ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลยค่ะ เพราะนอกจากจะทำให้น้ำหนักพุ่งแล้ว ยังส่งผลต่อผิวพรรณและระดับพลังงานในร่างกายด้วย วันนี้เราเลยมีตัวช่วยดีๆ อย่าง ตารางทำ Sugar Detox ที่จะมาชวนทุกคนร่วมชาเลนจ์ตัดวงจรน้ำตาลแบบเห็นผลจริง เพื่อช่วย ลดความอยากของหวานภายใน 10 วัน เปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่ที่สดใสและไม่โหยน้ำตาลอีกต่อไปค่ะ การเริ่มต้นดูแลตัวเองด้วย ตารางทำ Sugar Detox ไม่ได้แปลว่าเราต้องอดอาหารจนทรมานนะคะ แต่มันคือการปรับสมดุลและเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อ วิธีแก้ติดหวานแบบธรรมชาติที่ได้ผลจริง โดยเราจะค่อยๆ ปรับลิ้นให้ชินกับรสสัมผัสที่แท้จริงของวัตถุดิบ ลดการอักเสบในร่างกาย และรีเซ็ตระบบเผาผลาญให้กลับมาทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เตรียมสมุดโน้ตให้พร้อม แล้วมาดูแผนการกินในแต่ละวันกันเลยค่ะว่า 10 วันนี้เราต้องเจอกับอะไรบ้าง! ตารางทำ Sugar Detox 10 วัน ฉบับทำตามง่าย การทำ Sugar Detox จะแบ่งออกเป็น 3 ระยะหลักๆ เพื่อให้ร่างกายค่อยๆ ปรับตัว ดังนี้ค่ะ ระยะที่ 1: ช่วงหักดิบ (วันที่ 1-3) ช่วงที่ยากที่สุดคือ 3 วันแรกค่ะ ร่างกายอาจมีอาการโหย (Withdrawal symptoms) หรือปวดหัวเล็กน้อย สิ่งที่ต้องทำ: ตัดน้ำตาลทรายขาว น้ำหวาน และขนมทุกชนิด 100% เมนูแนะนำ: เน้นโปรตีน (ไข่, อกไก่) และไขมันดี (อะโวคาโด, ถั่ว) เพื่อให้อิ่มนานขึ้น ระยะที่ 2: ปรับสมดุล (วันที่ 4-7) ร่างกายเริ่มชิน อาการอยากเริ่มลดลง พลังงานจะเริ่มคงที่ขึ้น สิ่งที่ต้องทำ: เริ่มทานผลไม้รสหวานน้อยได้ (เช่น เบอร์รี่, แอปเปิ้ลเขียว) เมนูแนะนำ: สลัดผักใบเขียวราดน้ำมันมะกอก หรือกรีกโยเกิร์ตไม่เติมน้ำตาล ระยะที่ 3: ร่างกายใหม่ (วันที่ 8-10) คุณจะรู้สึกว่าตื่นมาแล้วสดชื่นขึ้น ผิวดูใสขึ้น และรับรสหวานได้ไวขึ้น (ทานผลไม้นิดเดียวก็รู้สึกหวานมากแล้ว) สิ่งที่ต้องทำ: คงวินัยการเลือกทานคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน (ข้าวไม่ขัดสี, ธัญพืช) เมนูแนะนำ: ปลานึ่งผักต้ม หรือควินัวผัดผัก Checklist สำหรับ Sugar Detox หากสาว ๆ อยากชนะความหวานภายใน 10 วัน นี่คือคำสำคัญที่ต้องจำค่ะ หัวข้อ สิ่งที่ต้องทำ ผลลัพธ์ที่ได้ เครื่องดื่ม ดื่มน้ำเปล่า/น้ำโซดาใส่มะนาว แทนน้ำหวาน ลดอาการบวมน้ำ โปรตีน ทานโปรตีนทุกมื้อ (ไข่, เนื้อสัตว์, เต้าหู้) คุมหิว ลดความอยากจุกจิก ผลไม้ เลือกทานตระกูลเบอร์รี่ หรือฝรั่ง ร่างกายได้รับวิตามินโดยน้ำตาลไม่พุ่ง การนอน นอนให้ครบ 7-8 ชั่วโมง ฮอร์โมนอิ่ม (Leptin) ทำงานดีขึ้น 3 เคล็ดลับรับมือเมื่อ "อยากของหวาน" กะทันหัน ดื่มน้ำเปล่าทันที: บางครั้งร่างกายแค่ "หิวน้ำ" แต่สมองสั่งการผิดว่าเป็นความอยากอาหาร เดินเล่น 5-10 นาที: การเปลี่ยนสภาพแวดล้อมช่วยเบี่ยงเบนความสนใจของสมองจากขนมได้ ทานถั่วอัลมอนด์: ไขมันดีและโปรตีนจะช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดนิ่งขึ้น การทำ Sugar Detox ไม่ใช่การลงโทษตัวเอง แต่คือการให้รางวัลร่างกายด้วยสุขภาพที่ดีนะคะ สู้ๆ ค่ะสาวๆ 10 วันแป๊บเดียว เชื่อเถอะว่าผลลัพธ์คุ้มค่าแน่นอน! บทความที่คุณอาจสนใจ ติดหวาน ใช้อะไรแทนน้ำตาลดี? หวานไม่แพ้น้ำตาล เป็นมิตรกับหุ่น! 4 วิธีลดการกินน้ำตาล ลดหวาน ลดพุง วิธีเลิกน้ำหวาน น้ำอัดลม ขนม
เทรนด์สุขภาพ • 23 ก.พ. 69
อ่าน
“แจง” เมีย “แจ๊ส” โพสต์ตัดพ้อ เป็นคนกลางช่วยเคลียร์ดราม่าแต่เอาชื่อตนไปอ้างกับสื่อแบบนี้เพื่อ?
แจงเมีย แจ๊สโพสต์ตัดพ้อ เป็นคนกลางช่วยเคลียร์ดราม่าแต่เอาชื่อตนไปอ้างกับสื่อแบบนี้เพื่อ? จากรณีดราม่า ทนายแก้วที่มีประพฤติไม่เหมาะสมกับสาววัย 18 ปี และยังมีข่าวว่า มีคนกลางในการเจรจาระหว่าง ทนายแก้ว และพ่อเด็กผู้เสียหาย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ แจง ปุณณาสา ภรรยานักแสดงและตลกชื่อดัง แจ๊ส ชวนชื่นตามที่นำเสนอไปแล้วนั้น ล่าสุด แจง ได้ออกมาโพสต์ภายหลัง ทนายแก้วแถลงเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า.ประเด็นที่เกิดขึ้นตอนนี้แจงคือคนกลางที่รู้จักทั้งสองฝ่ายค่ะ อีกฝ่ายเป็นทนายที่รู้จัก ส่วนอีกคนแจงเช่าพื้นที่เค้าเปิดร้านเสื้อผ้า ซึ่งปกติไม่ได้คุยอะไรกันมาก และเค้าเป็นคนมาปรึกษาแจงว่าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เค้าบอกว่าเค้าไม่รู้จะปรึกษาใคร และคงรู้ว่าแจงรู้จักกับคู่ กรณีเค้าด้วย แจงก็พูดคยกันปกติเพราะรู้จักกันค่ะ และก็คุยกับทั้งสองฝั่งเพื่อให้ทั้งคู่ได้พูดคุยกันแค่นั้นเอง จนตอนหลังเค้าทั้งสองยังตกลงกันไม่ได้ ทางฝั่งพี่เจ้าของร้านที่แจงเช่าก็โพสต์โซเชียลเรื่อยๆ พอแจงได้พูดคุยกันสองฝ่ายก็เลยบอกไปว่าพี่สองคนไปตกลงกันเองเลยนะคะ แจงไม่ได้มีความรู้ทางด้านกฎหมายอะไรประมาณนี้ค่ะ แต่ที่เสียความรู้สึกคือเรารู้จักกัน คุณมาปรึกษาเราในวันที่คุณทุกข์ใจ เราก็เห็นว่าเป็นเพื่อนกัน เราช่วยประสานให้ทั้งฝ่ายได้คุยกันว่าจะเอายังไง สุดท้ายเอาเราไปให้ข้อมูลตามสื่อต่างๆ ว่าเราแนะนำอย่างนั้นอย่างนี้ แจงว่ามันผิดปกติ ทำกันไปเพื่ออะไรอย่างเรื่องที่เค้าเรียกร้องค่าเสียหายหรือเค้าจะเอาความคู่กรณี เป็นเรื่องที่เค้าต้องปรึกษาคนในครอบครัวและทนายความ แต่เลือกที่จะเอาคนมีชื่อเสียงมาเอี่ยวในหลายๆ คน แจงก็เพิ่งมารู้ว่าเค้าปรึกษาคนอื่นมาก่อนไม่ใช่แจงคนแรกอย่างที่เค้าบอกแจง เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในพาสนี้ เกิดขึ้นในวันที่ 29 ธันวา และจบในวันที่ 30 ธันวา คม 2568 และจบกับแจงแล้วในวันนี้ 23 มกราคม 2569และโพสต์อีกว่าตัดเรื่องเงินออกแล้วไปสู้กันตามคดีความนะคะ
ดาราเดลี่บันเทิง • 23 ม.ค. 69
อ่าน
7 เทคนิค เปลี่ยนตัวเอง รับปีใหม่ 2026 ให้เป็นเวอร์ชันที่ดีขึ้น แบบทำได้จริง
New Year New Me! รวมเทคนิค เปลี่ยนตัวเอง รับปีใหม่ 2026 แบบทำได้จริง เมื่อปฏิทินก้าวเข้าสู่ช่วงปลายเดือนธันวาคม กลิ่นอายของการเริ่มต้นใหม่ก็อบอวลไปทั่ว หลายคนตั้งความหวังว่าปีหน้าจะเป็นปีที่เรา "ปัง" กว่าเดิม แต่สถิติระบุว่ากว่า 80% ของ New Year's Resolution มักล้มเหลวภายในเดือนกุมภาพันธ์! เหตุผลไม่ใช่เพราะตัวเราไม่มีความพยายาม แต่เป็นเพราะ "วิธีการ" ที่อาจจะไม่สอดคล้องกับกลไกของสมอง ซึ่งวันนี้เราจะเผย 7 เทคนิค เปลี่ยนตัวเอง รับปีใหม่ ที่ใช้หลักจิตวิทยาและแนวทางปฏิบัติจริง เพื่อให้ปี 2026 นี้เป็นการเริ่มต้นใหม่ที่ยั่งยืนและสำเร็จจริงค่ะ 7 เทคนิค เปลี่ยนตัวเอง รับปีใหม่ 2026 1. ตั้งเป้าหมายแบบ SMART Goals ตั้งเป้าหมายเล็กแต่ชัดเจน เพราะการตั้งเป้ากว้างๆ เช่น "อยากรวย" หรือ "อยากผอม" มักไม่สำเร็จ ควรใช้หลัก SMART ดังนี้ Specific (เฉพาะเจาะจง) Measurable (วัดผลได้) Achievable (ทำได้จริง) Relevant (สมเหตุสมผล) Time-bound (มีกรอบเวลา) ตัวอย่าง : เปลี่ยนจาก "จะออกกำลังกาย" เป็น จะเดินเร็ววันละ 30 นาที 4 วันต่อสัปดาห์ เป็นเวลา 3 เดือน 2. ใช้กฎ "Atomic Habits" (เก่งขึ้นวันละ 1%) เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนชีวิตแบบหน้ามือเป็นหลังมือในวันเดียว James Clear ผู้เขียนหนังสือ Atomic Habits กล่าวว่า การเก่งขึ้นวันละ 1% ในหนึ่งปี คุณจะเก่งขึ้นกว่าเดิมถึง 37 เท่า! เริ่มจากนิสัยเล็กๆ ที่ใช้เวลาไม่เกิน 2 นาที เช่น การอ่านหนังสือวันละ 1 หน้า หรือการสควอทวันละ 5 ครั้ง 3. เทคนิค "Habit Stacking" (จับคู่พฤติกรรม) สร้างนิสัยใหม่โดยพ่วงไปกับนิสัยเดิมที่ทำเป็นประจำอยู่แล้ว สูตร : หลังจากที่ฉัน [นิสัยเดิม], ฉันจะ [นิสัยใหม่] ตัวอย่าง : หลังจากที่ฉัน แปรงฟันเสร็จ, ฉันจะ นั่งสมาธิ 1 นาที 4. เปลี่ยน สภาพแวดล้อม อย่าพึ่งพาแค่ แรงผลักดัน เพราะมันมีวันหมด แต่ให้เปลี่ยนสภาพแวดล้อมเพื่อช่วยให้บรรลุเป้าหมาย เช่น อยากกินน้ำเยอะขึ้น? วางขวดน้ำไว้บนโต๊ะทำงาน อยากลดการเล่นมือถือ? เอามือถือไปไว้นอกห้องนอนก่อนนอน อยากออกกำลังกายตอนเช้า? วางชุดออกกำลังกายไว้ข้างเตียง 5. ดูแล "สุขภาพกาย" เพื่อส่งผลต่อ "สุขภาพจิต" การ เปลี่ยนตัวเอง รับปีใหม่ ที่เห็นผลเร็วที่สุดคือการดูแลร่างกาย นอนให้พอ : การนอนคือการรีเซ็ตสมอง ช่วยให้ควบคุมอารมณ์และตัดสินใจได้ดีขึ้น งดน้ำตาล : ตามเทรนด์สุขภาพปี 2026 การลดน้ำตาลจะช่วยให้สมองแจ่มใส (Clear Head) และลดความวิตกกังวล 6. ฝึก บันทึกความสุข การเขียนขอบคุณสิ่งดีๆ 3 อย่างในแต่ละวัน ช่วยปรับจูนสมองให้มองหา "โอกาส" มากกว่า "ปัญหา" ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของ Growth Mindset ที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จในระยะยาวค่ะ 7. ให้อภัยตัวเอง เมื่อหลุดโฟกัส การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เส้นตรง มักมีวันที่เราทำได้และทำไม่ได้ หากวันไหนคุณหลุดเป้าหมาย อย่าเพิ่งถอดใจนะคะ ให้กลับมาเริ่มใหม่ในมื้อถัดไปหรือวันถัดไปทันที ความสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญกว่าความสมบูรณ์แบบ บทความที่คุณอาจสนใจ 100 คำคมชีวิต สั้นๆ แคปชั่นพลังชีวิต แคปชั่นให้ข้อคิดดีๆ เป็นพลังบวก 10 พฤติกรรม ทำให้ผอมง่าย... น้ำหนักลดได้ แค่เปลี่ยนนิสัย
ไลฟ์สไตล์ • 25 ธ.ค. 68
อ่าน
ท่าเดียวเอาอยู่ โปรแกรม 30 วัน ปั้นหุ่นล่ำด้วย 1 ท่าต่อวัน สำหรับผู้ชายไม่ชอบเข้ายิม
อยากกล้ามฟิต หุ่นล่ำ แต่ไม่มีเวลาไม่ใช่ข้ออ้างอีกต่อไป เพราะการออกกำลังกายสร้างกล้ามนั้น วันละท่าก็เอาอยู่ แถมไม่ต้องเข้ายิมด้วย TrueID Sport ได้จัดโปรแกรมออกกำลังกายสำหรับผู้ชายเวลาน้อยมาให้คุณท้าทายตัวเองใน 30 วัน ที่จะเปลี่ยนหุ่นให้คุณได้แบบไม่ยุ่งยาก ท่าเดียวเอาอยู่ โปรแกรม 30 วัน ปั้นหุ่นล่ำด้วย 1 ท่าต่อวันสำหรับผู้ชายไม่ชอบเข้ายิม ตารางโปรแกรมออกกำลังกาย 30 วัน วันที่ 1 วันที่ 2 วันที่ 3 วันที่ 4 วันที่ 5 วิดพื้นแบบยกเท้าสูง ดึงยางยืดท่านั่ง Bulgarian Split Squat พัก Pike Push-up วันที่ 6 วันที่ 7 วันที่ 8 วันที่ 9 วันที่ 10 Door Frame Row Jump Squa พัก วิดพื้นแคบ Resistance Band Bicep Curl วันที่ 11 วันที่ 12 วันที่ 13 วันที่ 14 วันที่ 15 Single-Leg Glute Bridge พัก วิดพื้นระเบิดพลัง Band Face Pull Walking Lunge วันที่ 16 วันที่ 17 วันที่ 18 วันที่ 19 วันที่ 20 พัก ท่าวิดพื้นขอบเก้าอี้ Superman Hold Pistol Squat Progression พัก วันที่ 21 วันที่ 22 วันที่ 23 วันที่ 24 วันที่ 25 Archer Push-up Progression Band Reverse Fly Calf Raises Single-Leg พัก วิดพื้นตามจังหวะ วันที่ 26 วันที่ 27 วันที่ 28 วันที่ 29 วันที่ 30 Band Hammer Curl Sissy Squat Progression พัก Burpees Wall Sit โปรแกรมออกกำลังกายวันละ 1 ท่า 30 วัน วันที่ 1 วิดพื้นแบบยกเท้าสูง จำนวน : 8-12 ครั้ง ทำซ้ำ 4 เซ็ต วิธีทำ : ยกเท้าไว้บนเก้าอี้หรือโซฟา เน้นกล้ามเนื้อหน้าอกส่วนบนและไหล่กล้ามเนื้อที่เน้น : อก/ไทรเซ็ป วันที่ 2 ดึงยางยืดท่านั่งจำนวน : 10-15 ครั้ง ทำซ้ำ 4 เซ็ต วิธีทำ : นั่งกับพื้น คล้องยางยืดไว้ที่เท้า แล้วดึงเข้าหาตัว บีบสะบักเข้าหากัน กล้ามเนื้อที่เน้น : หลัง/ไบเซ็ป วันที่ 3 Bulgarian Split Squat จำนวน : 10-12 ต่อขา ครั้ง ทำซ้ำ 4 เซ็ต วิธีทำ : ยกเท้าหลังไว้บนเก้าอี้ หรือม้านั่ง 1 ข้างย่อตัวลง รักษาลำตัวให้ตรง มองตรงไปข้างหน้า ย่อตัวลงช้า ๆ โดย ทิ้งน้ำหนักทั้งหมดไปที่ขาหน้า จนต้นขาหน้าขนานกับพื้น ดันตัวกลับขึ้นสู่ท่าเริ่มต้นกล้ามเนื้อที่เน้น : ขา/แกนกลาง วันที่ 4 พักฟื้นฟูร่างกาย ด้วยการ เดินเบา ๆ, ยืดเหยียด, หรือโยคะ วันที่ 5 Pike Push-up จำนวน : 8-12 ครั้ง ทำซ้ำ 4 เซ็ต วิธีทำ : เริ่มแพลงก์, ยกสะโพกสูงเป็นตัว V, งอศอกหย่อนหัวแตะพื้น, ดันตัวขึ้นเน้นไหล่กล้ามเนื้อที่เน้น : อก/ไทรเซ็ป วันที่ 6 ดึงด้วยผ้าขนหนู/กรอบประตู (Towel/Door Frame Row) จำนวน : 8-12 ครั้ง ทำซ้ำ 4 เซ็ต วิธีทำ : จับผ้าขนหนูคล้องลูกบิดประตูที่มั่นคง หรือจับขอบกรอบประตู แล้วเอนตัวไปด้านหลังแล้วดึงตัวเข้าหา กล้ามเนื้อที่เน้น : หลัง/ไบเซ็ป วันที่ 7 Jump Squatจำนวน : 12-15 ครั้ง ทำซ้ำ 3 เซ็ต วิธีทำ : ยืนแยกขาเท่าสะโพก ย่อสควอทปกติ กระโดดระเบิดตัวขึ้นสูง ลงพื้นเบาๆ ย่อตัวต่อเนื่องกล้ามเนื้อที่เน้น : ขา/แกนกลาง วันที่ 8 พักฟื้นฟูร่างกายเต็มที่ วันที่ 9Narrow Push-upจำนวน : 10-15 ครั้ง ทำซ้ำ 4 เซ็ต วิธีทำ : วิดพื้นด้วยการวางมือแคบกว่าช่วงไหล่เล็กน้อย เน้นกล้ามเนื้อไทรเซ็ป (หลังแขน) กล้ามเนื้อที่เน้น : อก/ไทรเซ็ป วันที่ 10 Resistance Band Bicep Curlจำนวน : 12-15 ครั้ง ทำซ้ำ 3 เซ็ต วิธีทำ : ยืนเหยียบยางยืดไว้ ขากางเท่าช่วงไหล่ จับยางยืดมือทั้งสองข้างห่างกันระดับไหล่ จากนั้นงอแขนดึงขึ้นช้า ๆ กล้ามเนื้อที่เน้น : หลัง/ไบเซ็ป วันที่ 11 Single-Leg Glute Bridgeจำนวน : 12-15 ต่อขา ครั้ง ทำซ้ำ 4 เซ็ต วิธีทำ : นอนหงาย เหยียดขาข้างหนึ่งตรง ใช้ก้นของขาที่งอ ยกสะโพกขึ้น กล้ามเนื้อที่เน้น : ขา/แกนกลาง วันที่ 12 พักฟื้นฟูร่างกาย ด้วยการ แพลงก์ 3 ครั้ง ครั้งละ 60 วินาที วันที่ 13 วิดพื้นระเบิดพลัง จำนวน : ทำซ้ำสูงสุด 8-10 ครั้ง ทำซ้ำ 3 เซ็ต วิธีทำ : วิดพื้นให้แรงพอที่มือจะลอยจากพื้นได้ชั่วขณะกล้ามเนื้อที่เน้น : อก/ไทรเซ็ป วันที่ 14 Band Face Pullจำนวน : 15-20 ครั้ง ทำซ้ำ 3 เซ็ต วิธีทำ : ยึดยางยืดไว้สูง แล้วดึงเข้าหาหน้า ดึงศอกไปด้านหลัง เน้นไหล่ด้านหลัง/หลังส่วนบน กล้ามเนื้อที่เน้น : หลัง/ไบเซ็ป วันที่ 15 Walking Lungeจำนวน : 10-15 ต่อขา ครั้ง ทำซ้ำ 3 เซ็ต วิธีทำ : ก้าวให้ยาวและควบคุมการเคลื่อนไหว สามารถถือขวดน้ำหรือหนังสือหนัก ๆ เพื่อเพิ่มน้ำหนักได้ กล้ามเนื้อที่เน้น : ขา/แกนกลาง วันที่ 16 พักฟื้นฟูร่างกาย ด้วยการ คาร์ดิโอเบา ๆ เช่นปั่นจักรยาน, ว่ายน้ำ วันที่ 17Dipsจำนวน : 10-15 ครั้ง ทำซ้ำ 4 เซ็ต วิธีทำ : จับขอบเก้าอี้ งอศอกชี้หลัง หย่อนตัวลง 90 องศา แล้วดันขึ้นด้วยหลังแขนกล้ามเนื้อที่เน้น : อก/ไทรเซ็ป วันที่ 18 Superman Holdจำนวน : 15-20 ครั้ง ครั้ง ทำซ้ำ 3 เซ็ต วิธีทำ : นอนคว่ำ ยกแขน/ขา แล้วขยับเบา ๆ เน้นหลังส่วนล่างและไหล่ด้านหลัง กล้ามเนื้อที่เน้น : หลัง/ไบเซ็ป วันที่ 19 Pistol Squat Progressionจำนวน : 5-8 ต่อขา ครั้ง ทำซ้ำ 3 เซ็ต วิธีทำ : ยืนขาเดียว เหยียดอีกขา, ย่อตัวลงช้าๆ อาจใช้กรอบประตูช่วยทรงตัวดันขึ้นกล้ามเนื้อที่เน้น : ขา/แกนกลาง วันที่ 20พักฟื้นฟูร่างกาย ด้วยการ ยืดเหยียดร่างกายเต็มรูปแบบ วันที่ 21Archer Push-up Progressionจำนวน : 5-8 ต่อข้าง ครั้ง ทำซ้ำ 4 เซ็ตวิธีทำ : วิดพื้นกว้าง ถ่ายน้ำหนักไปแขนเดียว อีกแขนเหยียดออก ดันขึ้นสลับข้างกล้ามเนื้อที่เน้น : อก/ไทรเซ็ป วันที่ 22Band Reverse Flyจำนวน : 15-20 ครั้ง ทำซ้ำ 3 เซ็ตวิธีทำ : ยืนเหยียบยางยืด โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย กางแขนออกด้านข้าง, บีบสะบักเข้าหากันเนื้อที่เน้น : หลัง/ไบเซ็ป วันที่ 23Calf Raisesจำนวน : 20-30 ต่อขา ครั้ง ทำซ้ำ 3 เซ็ตวิธีทำ : ยืนบนพื้น หรือขอบบันได เขย่งปลายเท้าขึ้นสูงสุด เกร็งน่อง ค่อยๆ ผ่อนลงช้าๆกล้ามเนื้อที่เน้น : ขา/แกนกลาง วันที่ 24พักฟื้นฟูร่างกาย ด้วยการ แพลงก์ด้านข้าง 3 ครั้ง ครั้งละ 45 วินาทีต่อข้าง วันที่ 25วิดพื้นตามจังหวะ จำนวน : 10 ครั้ง ทำซ้ำ 3 เซ็ต วิธีทำ : ใช้จังหวะ ลง 3 วินาที, พัก 0, ขึ้น 1 วินาที, พัก 0 กล้ามเนื้อที่เน้น : อก/ไทรเซ็ป วันที่ 26Band Hammer Curlจำนวน : 12-15 ครั้ง ทำซ้ำ 3 เซ็ตวิธีทำ : ยืนเหยียบยางยืด ฝ่ามือหันเข้าหากันจับกลาง เน้นกล้ามเนื้อแขนส่วนล่างกล้ามเนื้อที่เน้น : หลัง/ไบเซ็ป วันที่ 27Sissy Squat Progressionจำนวน : 10-15 ครั้ง ทำซ้ำ 3 เซ็ตวิธีทำ : ยืนตรงโน้มตัวไปข้างหน้า ให้เข่าเลยปลายเท้า ลดตัวลงพร้อมกับเอนหลังดันตัวขึ้นช้าๆกล้ามเนื้อที่เน้น : ขา/แกนกลาง วันที่ 28พักฟื้นฟูร่างกายเต็มที่ และเน้นการทานอาหารโปรตีนสูง วันที่ 29Burpeesเวลา ทำซ้ำสูงสุด (ใน 60 วินาที) ครั้ง ทำซ้ำ 3 เซ็ตวิธีทำ : ยืนตรง ย่อตัววิดพื้น ถีบขาไปด้านหลัง ดึงขากลับ ลุกขึ้นยืนแล้วกระโดดตบมือ นับเป็น 1 ครั้ง ทำวนซ้ำกล้ามเนื้อที่เน้น : ทั่วร่างกาย วันที่ 30Wall Sitเวลา ทำเวลาสูงสุด (60-90 วินาที) ครั้ง ทำซ้ำ 3 เซ็ตวิธีทำ : นั่งพิงกำแพงเป็นมุม 90 องศา ถือขวดน้ำหรือหนังสือเพื่อเพิ่มน้ำหนักกล้ามเนื้อที่เน้น : เต็มตัว บทความที่คุณอาจสนใจ วิธี Hack ร่างกายผู้ชายสายสร้างกล้าม ดูแลตัวเองอย่างไรสร้างกล้ามได้ไว เวลาน้อยก็หุ่นดีได้ วิธีออกกำลังกายสำหรับผู้ชายเวลาน้อย รวมท่าปั้นหัวไหล่ผู้ชายเวลาน้อย ภายใน 15 นาที ไหล่สวยได้แม้ไม่มีเวลา วิธีกินตาม TDEE สำหรับผู้ชายอยากปั้นกล้าม กินอย่างไรให้ได้ผล Warm up กับ Cool down ต่างกันอย่างไรทำไมสำคัญต่อการสร้างกล้าม
ไลฟ์สไตล์ • 17 ธ.ค. 68
อ่าน
TTB เดินหน้าโครงการซื้อหุ้นคืนระยะ 3 ปี วงเงิน 2.1 หมื่นลบ.
#ทันหุ้น - ทีเอ็มบีธนชาต เดินหน้าโครงการซื้อหุ้นคืนระยะ 3 ปี วงเงินรวม 21,000 ล้านบาท โดยกำหนดวงเงินครั้งที่ 2 เพิ่มขึ้นเป็น 8,900 ล้านบาท เริ่มซื้อหุ้นคืนตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม 2569 ถึง 4 กุมภาพันธ์ 2569 ด้วยวิธี General Offer ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่องตามแผนการบริหารส่วนทุนก่อนหน้านี้ในเดือนมกราคม 2568 ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี ได้ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนวงเงิน 21,000 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี (ปี 2568 - ปี 2570) ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนงานด้านการบริหารส่วนทุน (Capital Management) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ถือหุ้นผ่านการปรับโครงสร้างและขนาดงบดุลให้มีความเหมาะสม โดยธนาคารได้ดำเนินการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 1 ไปแล้วในช่วงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 - 1 สิงหาคม 2568 เป็นจำนวน 2,688 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 2.76% ของหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมด รวมมูลค่าทั้งสิ้น 5,103 ล้านบาทนายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าล่าสุดของโครงการซื้อหุ้นคืนว่า“สำหรับโครงการซื้อหุ้นคืนของทีทีบี ในภาพรวมถือว่ามีความคืบหน้าในเชิงบวกส่วนหนึ่งเป็นผลจากการที่กระทรวงพาณิชย์ได้ปลดล็อกกฎการซื้อหุ้นคืน โดยเฉพาะในเรื่องของการยกเลิกระยะเวลาพักคอย(Breaking Period)ซึ่งทำให้บริษัทจดทะเบียนสามารถเริ่มโครงการซื้อหุ้นคืนรอบใหม่ได้ทันที ไม่จำเป็นต้องเว้นระยะรอ6เดือนหลังจบโครงการเดิมจากการปลดล็อกดังกล่าวธนาคารจึงได้ปรับแผนการซื้อหุ้นคืนครั้งที่2ให้เร็วขึ้นกว่ากำหนดเดิม รวมถึงเพิ่มวงเงินซื้อคืนขึ้นเป็น8,900ล้านบาท โดยจะใช้วิธีGeneral Offerหรือการเสนอซื้อจากผู้ถือหุ้นเป็นการทั่วไป ตั้งแต่วันที่22มกราคม2569 ถึง4กุมภาพันธ์2569รวม10วันทำการขณะที่ราคารับซื้อหุ้นคืนสุดท้าย (Final Price)จะแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบภายในวันที่5มกราคม2569โดยจะพิจารณาจากราคาตลาดและสภาวะตลาดในช่วงเวลาดังกล่าวประกอบการกำหนดราคา ซึ่งแผนการซื้อหุ้นคืนครั้งที่2นี้ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการธนาคารเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่16ธันวาคม2568สำหรับการซื้อหุ้นคืนครั้งที่2นี้ จะเห็นว่าธนาคารใช้วิธีการที่ต่างไปจากครั้งแรก นั่นคือเปลี่ยนจากการจับคู่อัตโนมัติผ่านระบบซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งใช้ระยะเวลาในการรับซื้อคืนถึง6เดือน มาใช้วิธีGeneral Offerเพราะพิจารณาแล้วว่าเป็นวิธีที่ช่วยให้ธนาคารสามารถซื้อหุ้นคืนด้วยวงเงินที่สูงขึ้นในระยะเวลาที่สั้นลง โดยไม่รบกวนการซื้อขายหรือสภาพคล่องรายวันในตลาดรอง และลดผลกระทบจากภาวะตลาดที่ค่อนข้างผันผวน โดยธนาคารยังคงเป้าหมายการซื้อหุ้นคืนให้ครบตามวงเงินรวม21,000ล้านบาท และยังคงเน้นย้ำการบริหารจัดการโครงการอย่างมีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ถือหุ้นเป็นสำคัญภายหลังการซื้อหุ้นคืน ผู้ถือหุ้นจะได้รับประโยชน์จากการเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE)และอัตรากำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS)ตามการลดลงของส่วนของผู้ถือหุ้นและการลดลงของจำนวนหุ้นที่หมุนเวียนในตลาดหลักทรัพย์ เทียบกับระดับROEจากผลการดำเนินงานรอบ9เดือนปี2568ที่8.6%และEPSที่0.16บาท ขณะที่ประเมินแล้วว่าไม่มีผลกระทบต่อระดับเงินกองทุน โดยอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั้งสิ้น(Total CAR)ภายหลังการซื้อหุ้นคืนจะยังคงอยู่ในระดับที่สูงกว่า19%ซึ่งยังคงอยู่ในระดับที่เทียบเคียงได้กับธนาคารD-SIBsแห่งอื่น ๆ รวมถึงยังคงอยู่ในระดับที่เพียงพอต่อการเติบโตสินเชื่อตามแผนธุรกิจ”นายปิติ สรุป “นอกเหนือจากการซื้อหุ้นคืน ทีทีบียังคงเดินหน้าตามแผนCapital Managementในด้านอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายปันผลอย่างสม่ำเสมอและรักษาอัตราการจ่ายเงินปันผลในระดับสูง รวมทั้งการสร้างการเติบโตทางธุรกิจจากภายนอก หรือInorganic Growthเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นทั้งในระยะสั้นและระยาว ขณะเดียวกันธนาคารยังเน้นย้ำการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ เพื่อให้ทีทีบีเติบโตได้อย่างมั่นคงและสามารถส่งมอบประโยชน์กลับคืนสู่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายได้อย่างยั่งยืน”
ทันหุ้น • 16 ธ.ค. 68
อ่าน
120 แคปชั่นเที่ยววันหยุด แคปชั่นวันสบายๆ แคปชั่นวันหยุดพักผ่อน ชิลๆ
มาอัปเดต 120 แคปชั่นเที่ยววันหยุด แคปชั่นวันหยุดพักผ่อน แคปชั่นวันสบายๆ มาฝากกันใน วันหยุดยาว นี้ มาให้ครบๆ ทั้ง แคปชั่นฮาๆ แคปชั่นพักผ่อน แคปชั่นเที่ยวมีความสุข หนีงานไปเที่ยวพักผ่อน เติมพลังใจให้ตัวเอง มาครบทุกสาย! ไม่ว่าจะเป็น แคปชั่นสายฮา สายอ่อย สายกวน มาให้ทุกคนเลือกใช้กันได้ตามฟีล งานนี้เรียกไลค์ได้รัวๆ เต็มฟีดโซเชียลได้เลยจ้าาา... แคปชั่นเที่ยววันหยุด วันหยุดยาวแคปชั่นวันสบายๆ แคปชั่นพักผ่อน แคปชั่นวันหยุดพักผ่อน วันหยุดทั้งที ขอหนีไปที่ที่มีวิวดีๆ หน่อยล่ะกัน ไปเที่ยวให้สุด แล้วหยุดที่ความสุขตรงหน้า ใช้วันหยุดอย่างคุ้มค่า เพราะวันทำงานมีเยอะพอแล้ว วันหยุดของฉัน คือการได้มองฟ้ากับทะเล ใช้วันหยุดให้คุ้ม ด้วยการไม่ทำอะไรเลย วันหยุดกำลังจะผ่านไป แล้วเมื่อไหร่คนมีใจจะผ่านมา วันหยุดไม่รู้จะไปไหน ไปอยู่ในใจแกได้เปล่า ระหว่าง "เธอกับเสาร์อาทิตย์" เราชอบเสาร์อาทิตย์ที่ได้อยู่กับเธอ งานอาจจะหยุดวันเสาอาทิตย์ แต่รักเธอนั้นไม่มีวันหยุด แสนสบายถึงวันหยุด หนักใจสุดคือวันจันทร์ วันหยุดมีน้อย ใช้สอยหมดแล้ว อยากจะสลับวันหยุดเป็น จันทร์ถึงศุกร์จัง วันหยุดก็อยากไปเที่ยว ติดนิดเดียวคือ "ไม่มีตังค์" วันหยุดยาวไปก็ไร้ค่า หากไม่มีเธออยู่เคียงข้าง ไปเที่ยวต้องคิดถึงวันหยุด ไปกับเธอต้องคิดถึงวันไหนอ่ะ ไม่ใช่ทะเล ไม่ใช่ภูเขา เป็นแค่คนเหงาๆ ที่อยากหยุดยาวไปเที่ยวแล้วววว! ไม่มีวันหยุดไหน จะดีไปกว่าวันที่ได้ไปกับแก๊ง วันหยุดนี้ขอไปฝากใจไว้ที่ทะเล เพื่อนดีๆ กับวันหยุดดีๆ คือการพักผ่อนที่แท้จริง วันหยุดไปนั่งมองวิวเขา ให้ใจเบาๆ กันเถอะ ใกล้ไกลไม่สำคัญ แค่มีเธอไปด้วยกันก็พอ เดินคนเดียวอาจจะไปได้เร็วกว่า แต่เดินด้วยกันไปได้ไกล แพลนเที่ยวมีอยู่เต็มหัว ทั้งเนื้อทั้งตัวมีอยู่ร้อยเดียว ถามทำไมว่าจะไปเที่ยวที่ไหน ถามว่าไปด้วยได้ไหมจะดีกว่า อยากเที่ยวแบบไร้สาระ แต่เงินและฐานะไม่ค่อยเข้าใจ ไม่ว่าฉันจะเช็คอินที่ไหน แต่โลเคชั่นหัวใจ อยู่ที่เธอนะ จันทร์ลา อังคารหยุด พุธออก ทำงานยังมีวันหยุด แต่รักเธอน่ะไม่มีวันหยุด ต่อให้วันหยุดนานแค่ไหน ถ้าใจพังมันก็แย่อยู่ดี วันธรรมดาใครว่าไม่สำคัญ แค่วันหยุดมันสำคัญกว่าเท่านั้นเอง สุขไหนก็ไม่เท่า สุขใจในวันหยุด วันหยุดที่ยังเหลือ พอจะใช้กับเธอได้มั้ย ชีวิตที่มีความสุขคือ ชีวิตที่อนุญาตให้ตัวเองมีเวลา วันหยุดเราต้องหยุด netflix ก่อนที่ netflix จะหยุดกิจกรรมทุกอย่างของเรา วันหยุดแสนดิ๊ดี แต่ไม่มีหยุดคิดถึง เลยแอบแวะมาทำซึ้ง บ่นคิดถึงให้รู้กัน ฉันจะรักงานที่ฉันทำ เมื่อวันนั้นมันหยุด วันหยุดที่แสนสบาย นอนอืดตายอยู่บนเตียง วันหยุดไปทำบุญไหว้พระ แล้วไปบ้านเรานะ จะพาไปไหว้แม่ วันหยุดที่กะจะนอนตื่นสาย มักมีเรื่องให้ตื่นเช้าเสมอ แสนสบายคือวันหยุด หนักสุดคือวันทำงาน สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับวันหยุด คือร่างกายที่พักผ่อนได้เต็มที่ วันอาทิตย์ผ่านไป ไวเหมือนโกหก T.T วันหยุดของฉันคือการนอนโง่ๆ ทั้งวันสไลด์มือถือดูคนเที่ยวกัน วันหยุดไปไหนได้บ้าง ขอไปยืนข้างๆ เธอได้ไหม ? ถึงแม้วันหยุดจะสั้น แต่ก็ทำให้เราเป็นสุขได้จริงๆ วันหยุดทั้งที หาอะไรทำดีๆ กันดีกว่า หยุดยาวมีแค่ 4 วัน️ งั้นหยุดที่เธอละกัน จะได้มีกันตลอดไป วันหยุดก็อยากไปเที่ยว แต่ติดนิดเดียวคือไม่มีตังค์ ไปเที่ยวต้องคิดถึงวันหยุด ไปกับเธอต้องคิดถึงวันไหนอ่ะ วันหยุดของคนอื่น คือวันทำงานของเรา อย่าหยุดที่จะเที่ยว เที่ยวได้ทุกวันไม่มีวันหยุด วันหยุดยาวไม่รู้จะไปไหน มาอยู่ในใจเราได้นะ วันหยุดของคนอื่น คือวันทำงานของเรา เฮ้อ... สิ่งที่หมดไวนอกจากเงินเดือนแล้ว ก็วันหยุดนี่แหละ! วันหยุดทั้งที ต้องเที่ยวให้มัน เดียวค่อยไปปั่นตังค์วันทำงาน วันหยุดไม่ต้องมีก็ได้ แต่ขอค่าแรงสิบเท่า ได้เปล่า ชีวิตวัยทำงานของกูเฝ้ารออยู่ 2 อย่างคือ "เงินเดือน" และ "วันหยุด" วันหยุดธนาคารเปิดไหม จะไปถอนหายใจแป๊ป... คิดถึงนะ คิดถึงมาก "วันหยุด" วันหยุดสำหรับคนอื่น "เที่ยว ปาร์ตี้" แต่สำหรับพี่ คือนอนตายอยู่บ้าน วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เหมือนผ่านไป 2 วิ ก็หมดแล้ว ! วันอาทิตย์ผ่านไป ไวเหมือนโกหก ขอบคุณวันหยุด ที่ทำให้เราได้ไปเที่ยวด้วยกัน นานขึ้นอีกนิดหนึ่ง อยากรู้จริงๆ ว่าวันหยุดมันมี 24 ชั่วโมงเท่ากับวันทำงานหรือเปล่า วันหยุดนี้ ขอมีนักบำบัด ที่ชื่อว่า ธรรมชาติ แพลนเที่ยวมีอยู่เต็มหัว วันหยุดหมดแล้วววว! อยากเอาความเหนื่อยล้า ไปโปรยในป่าตอนวันหยุด ถึงจะมีวันหยุดยาวแค่ไหน ก็ไปเที่ยวคนเดียวอยู่ดี T.T ออกไปเที่ยวให้วันหยุด ดีกว่านอนมุดผ้าห่มอยู่กับเตียง วันหยุดแล้ว พาตัวเองไปเที่ยวดีกว่า วันหยุดยาวไม่อยากเดินทางไกล ขอไปเดินในใจเธอได้เปล่า แรงบันดาลใจในการทำงาน คือ เงินเดือนและวันหยุด วันหยุด คือ การเปลี่ยนที่นอน วันหยุดไปไหนได้บ้าง ขอไปยืนข้างๆ เธอได้ไหม สุขใดเล่าในวันหยุด จะเท่าการเดินทาง วันหยุดอยากไปเที่ยวกับคุณแฟน ขอเดินควงแขนจะได้ไหม วันหยุดที่รอคอย จะไปเที่ยวดอยหรือไปที่ยวทะเล ? วันหยุดสุดขีด วันนี้ขอกรี๊ดให้ดังๆ วันหยุดมีค่า ค่าเที่ยว ค่ากิน ค่าโรงแรม อยากมีวันหยุดสัก 6 เดือน 2 ครั้งต่อปี! วันอาทิตย์ คือ วันสบาย สบาย อุ๊ยตายย‼️ พรุ่งนี้ วันจันทร์ วันหยุดนี้ไปไหว้พระกัน จะได้รักกันนานๆ วันหยุดทั้งที ต้องเที่ยวให้มันส์! วันหยุดไปไหนดี ไปเที่ยวกับพี่ได้รึเปล่า :P วันหยุดแสนสุข อย่าหยุดที่จะออกไปเที่ยว แพลนเที่ยวมีอยู่เต็มหัว ถึงวันหยุดอย่ามัวรอ เงินเดือน และ วันหยุด คือ แรงบันดาลใจในการทำงาน วันหยุดอยากออกไปเที่ยว แต่ติดนิดเดียวที่ไม่มีตังค์ วันหยุดที่ยังเหลือ พอจะเผื่อฉันบ้างได้ไหม! วันหยุด คือ การเปลี่ยนที่นอน คิดถึงนะ... วันหยุด ที่จริงเราชอบวันหยุดมาก แต่ติดตรง ชอบเธอไปก่อนแล้ว ถ้าใจเราจะหยุด วันไหนก็เป็นวันหยุดได้ วันหยุดผ่านไป ไวเหมือนโกหก วันหยุดอยู่กับเขา วันเหงาอยู่กับฉัน วันหยุดยาวทั้งที ขอเดินทางไกลกับพี่จะได้ไหม อยากให้ทุกวันเป็นวันหยุด! ออกเดินทางในวันหยุด เป็นสิ่งที่มีความสุขที่สุดแล้ว วันหยุดทั้งที แอบหนีเที่ยวกับเพื่อน วันหยุดนี้แฮปปี้สุดๆ อยากให้ทั้งปี มีวันหยุด 365 วัน วันหยุดนี้จะใกล้จะไกลไม่สำคัญ แค่มีคนไปด้วยกันก็พอ สุขไหนไม่เท่า ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ หยุดไม่กี่วัน แพลนเที่ยวกันล้านแปด เที่ยวให้สุด แล้วหยุดที่ตังค์หมด -.-" วันหยุดทั้งที แพลนเที่ยวเป็นสิบ แต่ตอนนี้หยิบมาม่า ชวนกันไปมันส์ในวันหยุด อยากจะหยุดทุกวัน หยุดที่เธอล่ะกัน ได้หยุดทุกวันแน่นอน วันหยุดของหมีกะหมู เรื่องกินเที่ยวขอให้บอก อยากไปด้วยตลอดถ้ามีวันหยุด! หยุดยาว ไม่รู้จะไปไหน ก็มาวิ่งเล่นในหัวใจเราก่อนก็ได้นะ ! ชีวิตนี้ไม่ต้องการอะไรที่ตื่นเต้น แต่ต้องการตื่นสายวันหยุด... ตื่นบ่าย 3 ไปเลยยย วันหยุดยาวไม่เหงา เพราะไปเที่ยวเขาแล้วยังไงล่ะ ! ที่จริงชอบวันหยุดมาก แต่ติดที่ ชอบเธอไปก่อนแล้วอ่ะ วันหยุดก็เหมือนลม มาให้ชื่นชมแล้วก็จากไป วันหยุดยาว = สวรรค์แท้ๆ บนดิน วันหยุดที่แสนสบาย คือการได้ออกไปเที่ยว จะเขาใหญ่หรือเขาค้อ มีวันหยุดก็พอ ไปได้หมด! วันหยุดทั้งที ขอมาเชคอินที่ ทะเล ชวนเที่ยวบ่อยๆ ไม่ต้องอ่อยเราก็ไป แคปชั่นเที่ยว แคปชั่นเด็ด อื่นๆ 250 แคปชั่นเที่ยว 2025 แคปชั่นฮาๆ กวนๆ 200 แคปชั่นเที่ยวทะเล 2025 แคปชั่นเด็ดๆ รับหน้าร้อน เที่ยวไม่พัก เพราะรักทะเล อัปเดต 120 แคปชั่นเที่ยวภาษาอังกฤษ คำคมภาษาอังกฤษ ไว้โพสต์เก๋ๆ ตอนไปเที่ยว 70 แคปชั่นเที่ยว แคปชั่นแคมป์ปิ้ง กางเต็นท์ คำคม เดินป่า สายลุยต้องจด!
ทราเวล ทิปส์ • 4 ธ.ค. 68
อ่าน
สัญญาณบวกชัด! Grayscale มั่นใจ Bitcoin ทะลุจุดสูงสุดใหม่ปี 2026
#Grayscale #ทันหุ้น - ข้อมูลจาก The Block ได้ระบุว่า Grayscale Research กล่าวว่า Bitcoin อาจสร้างจุดสูงสุดใหม่ตลอดกาล (All-Time Highs) ในปี 2026 โดยผลักดันให้เกิดการปฏิเสธต่อความกลัวที่ว่าคริปโทเคอร์เรนซีกำลังเข้าสู่ช่วงขาลงลึกที่กินเวลาหลายปีใน รายงาน ที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา Grayscale ให้เหตุผลว่า ไม่น่าเป็นไปได้ที่ Bitcoin จะดำเนินไปตามที่เรียกว่า วัฏจักร 4 ปี (Four-Year Cycle) ซึ่งเป็นความเชื่อที่แพร่หลายว่า ราคา BTC มีแนวโน้มที่จะถึงจุดสูงสุดและตามมาด้วยการปรับฐานอย่างรุนแรงทุก ๆ สี่ปี ซึ่งสอดคล้องกับกำหนดการ Halving ของมัน"แม้ว่าแนวโน้มจะมีความไม่แน่นอน แต่เราเชื่อว่าข้อสมมติฐานวัฏจักร 4 ปีจะพิสูจน์ได้ว่าไม่ถูกต้อง และราคา Bitcoin มีแนวโน้มที่จะทำจุดสูงสุดใหม่ในปีหน้า" นักวิเคราะห์ของ Grayscale กล่าวBitcoin กำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ผันผวนตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม โดยลดลง 32% จากจุดสูงสุดตลอดเดือนพฤศจิกายน ราคาแตะระดับ 84,000 ดอลลาร์ในช่วงสั้น ๆ เมื่อวันจันทร์ ก่อนจะฟื้นตัวมาอยู่ที่ 86,909 ดอลลาร์ ณ เวลา 02:20 น. ET ในวันอังคาร ตามข้อมูลของ The BlockGrayscale ตั้งข้อสังเกตว่า แม้ว่าในอดีตนักลงทุนระยะยาวจะได้รับผลตอบแทนจากการถือครองผ่านความผันผวน แต่พวกเขามักจะต้อง "อดทนต่อการปรับตัวลดลงที่ท้าทายในบางครั้ง" การปรับฐานที่ 25% หรือมากกว่านั้น บริษัทเสริมว่า เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในระหว่างตลาดกระทิง และไม่ได้ส่งสัญญาณถึงการเริ่มต้นของแนวโน้มขาลงที่ยืดเยื้อเสมอไปการทำลายวัฏจักร 4 ปีGrayscale ได้ระบุเหตุผลหลายประการว่าทำไม Bitcoin จึงพร้อมที่จะแยกตัวออกจากจังหวะ 4 ปีตามปกติGrayscale ชี้ให้เห็นว่า แตกต่างจากตลาดกระทิงก่อนหน้า วัฏจักรนี้ยังไม่เห็นการพุ่งขึ้นแบบ Parabolic Rally ในลักษณะที่มักจะเกิดขึ้นก่อนการกลับตัวครั้งใหญ่ นอกจากนี้ รายงานระบุว่า โครงสร้างตลาดปัจจุบันเห็นเงินทุนสถาบันกระจุกตัวอยู่ในผลิตภัณฑ์ซื้อขายแลกเปลี่ยน (Exchange-Traded Products) และคลังสินทรัพย์ดิจิทัล แทนที่จะเป็นกิจกรรมของรายย่อยในตลาด Spot เหมือนวัฏจักรที่ผ่านมาGrayscale กล่าวเสริมว่า สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจมหภาคยังคงค่อนข้างสนับสนุน ด้วยศักยภาพของการ ลดอัตราดอกเบี้ย และโมเมนตัมแบบสองพรรคในกฎหมายคริปโตของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนเพิ่มเติมTom Lee ซีอีโอของบริษัทคลัง Ethereum อย่าง BitMine สะท้อนมุมมองของ Grayscale โดยสังเกตถึงสิ่งที่เขาเห็นว่า เป็นความไม่สอดคล้องกันที่เพิ่มขึ้นระหว่างปัจจัยพื้นฐานของตลาดกับราคา"ราคาคริปโตลดลงอย่างไม่ลดละ แม้ว่าปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งวัดจากจำนวน Wallet, ข้อมูล Onchain, ค่าธรรมเนียม หรือ Tokenization จะมีความก้าวหน้า" Lee เขียนเมื่อวันจันทร์ใน โพสต์ บน X "ดังนั้น อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน (Risk/Reward) จึงน่าดึงดูดสำหรับ BTC และ ETH"Lee ยังได้ กล่าว กับ CNBC ในวันเดียวกันว่า เขายังคงมองบวกต่อ Bitcoin และคาดว่าคริปโทเคอร์เรนซีที่ใหญ่ที่สุดในโลกจะสร้างจุดสูงสุดใหม่ตลอดกาลภายในเดือนมกราคมปีหน้าที่มา https://www.theblock.co/post/381028/grayscale-predicts-new-bitcoin-highs
ทันหุ้น • 2 ธ.ค. 68
อ่าน
กฎ 1 ชั่วโมงต่อวัน ที่เปลี่ยนผู้ชายธรรมดาให้เก่งขึ้นเรื่อยๆ
คุณเคยรู้สึกไหมว่าชีวิตไม่ได้แย่ แต่ก็ไม่ค่อยไปไหนไกลเหมือนเดิม? งานก็โอเค สุขภาพก็พอได้ แต่มันเหมือน ไม่โต เท่าที่ควร ทั้งที่ในใจก็อยากพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นกว่านี้ทุกปี แต่เวลาในแต่ละวันเหมือนจะไม่มีเหลือให้ทำอะไรเพิ่มเลย ความจริงคือ มันไม่เกี่ยวกับการมีเวลาเยอะหรือเวลาน้อย แต่มันเกี่ยวกับ คุณให้เวลากับตัวเองวันละกี่นาที ต่างหาก และนี่คือกฎง่ายๆ ที่ผู้ชายยุคใหม่หลายคนเริ่มใช้กัน กฎที่เปลี่ยนคนธรรมดาให้เก่งขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปแต่ทรงพลัง กฎ 1 ชั่วโมงต่อวัน (The One-Hour Rule) ทำไมแค่ 1 ชั่วโมงถึงทรงพลัง เหตุผลไม่ใช่เพราะหนึ่งชั่วโมงยาวนานแต่เพราะมัน สม่ำเสมอและโฟกัส ถ้าคุณให้เวลากับตัวเองทุกวัน วันละแค่ชั่วโมงเดียว หนึ่งปี = 365 ชั่วโมง มากพอที่จะเปลี่ยนทักษะ เปลี่ยนนิสัย หรือเปลี่ยนทั้งชีวิตได้เลย ลองคิดง่ายๆ ว่า ฝึกภาษา วันละ 1 ชั่วโมง = คุยได้คล่องขึ้นภายใน 36 เดือน อ่านหนังสือ 1 ชั่วโมง = ปีหนึ่งอ่านได้ประมาณ 2030 เล่ม ออกกำลังกาย 1 ชั่วโมง = รูปร่างเปลี่ยนจนเพื่อนทัก ฝึกทักษะเฉพาะทาง เช่น AI, Excel, Coding, Presentation = กลายเป็น คนที่ไว้ใจได้ ในทีม ผู้ชายส่วนใหญ่ไม่แพ้ใครหรอก แต่แพ้ ความไม่สม่ำเสมอ ของตัวเองเท่านั้นแหละ แล้วควรเอา 1 ชั่วโมงนี้ไปทำอะไรดี กฎนี้ไม่ใช่การบังคับให้คุณต้องทำเรื่องเดิมซ้ำทุกวัน แต่คือ การกันเวลา ให้กับสิ่งที่ พัฒนาตัวคุณในระยะยาว แบ่งแนวได้เป็น 4 กลุ่มแบบง่ายๆ 1) ทักษะที่เพิ่มมูลค่าทางการทำงาน (Career Skill) เหมาะสำหรับผู้ชายวัยทำงานที่อยากโตในสายอาชีพ ตัวอย่างทักษะที่ใช้ได้จริงและเห็นผลเร็ว การพรีเซนต์และการสื่อสาร Data skills (Excel, Google Sheets, Data Visualization) ภาษาอังกฤษสำหรับงาน การแก้ปัญหาและคิดเชิงกลยุทธ์ การทำงานเป็นระบบ (เช่น ใช้ Notion หรือเครื่องมือวางแผนโปรเจกต์) ลงทุน 1 ชั่วโมงต่อวัน เท่ากับคุณกำลัง อัพเกรดตัวเอง ให้มูลค่าสูงขึ้นเรื่อยๆ และนี่คือสิ่งที่เจ้านายเห็นชัดที่สุดแม้คุณไม่พูดอะไรเลย 2) สุขภาพแบบยั่งยืน (Health Improvement) ผู้ชายหลายคนเริ่มออกกำลังกายตอนปวดหลัง หรือเมื่อต้องการลดพุง แต่สำหรับกฎ 1 ชั่วโมง มันคือการดูแลสุขภาพแบบ สม่ำเสมอ ไม่ทรมาน ตัวเลือกที่ทำง่ายและได้ผล เดินเร็วหรือวิ่งเบา 3040 นาที ฝึกเวท 2030 นาที ยืดเหยียด 10 นาที ฝึกหายใจหรือสมาธิ 5 นาที สุขภาพดีไม่ใช่โชคดี แต่เป็นผลลัพธ์จากเวลาที่คุณให้มันในแต่ละวัน และจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ ความมั่นใจ และพลังงานตอนทำงานแบบชัดเจน 3) ตัวตนและความคิด (Mindset Identity) การจะเป็นผู้ชายที่นิ่ง สุขุม มีเสน่ห์จากภายใน ไม่ใช่แค่จากการแต่งตัว แต่จาก ความคิดที่เป็นระบบ ชั่วโมงนี้อาจใช้ไปกับการรู้จักตัวเอง เช่น เขียนไดอารี่สะท้อนสิ่งที่เรียนรู้ในแต่ละวัน วางแผนงานหรือวางแผนชีวิต ฟังพอดแคสต์ดีๆ อ่านหนังสือแนว mindset, business, self-improvement การจัดระเบียบความคิด 1 ชั่วโมง ประหยัดเวลาการตัดสินใจของคุณทั้งวัน 4) โปรเจกต์ส่วนตัว (Personal Projects) อันนี้คือจุดที่ผู้ชายส่วนใหญ่ เริ่มโตแบบก้าวกระโดด เพราะมันคือสิ่งที่ไม่เกี่ยวกับงานประจำ แต่สร้างตัวตนระยะยาว ตัวอย่างเช่น ทำคอนเทนต์ เรียนออนไลน์ ฝึกทำธุรกิจเล็กๆ สร้างรายได้เสริม ฝึกงานอดิเรกที่ต่อยอดได้ (เช่น ถ่ายรูป เล่นดนตรี เขียนบทความ) แค่ 1 ชั่วโมง โปรเจกต์เล็กๆ เหล่านี้มักกลายเป็น จุดเปลี่ยนชีวิต ได้จริงในหนึ่งปีหรือเร็วกว่านั้นหากคุณเอาจริง เคล็ดลับสำหรับก้าวแรก ไม่ต้องฝืนเริ่ม 1 ชั่วโมงเต็มทันที ให้เริ่มแบบนี้ สัปดาห์แรก 20 นาที สัปดาห์ที่สอง 3040 นาที สัปดาห์ที่สาม 1 ชั่วโมงเต็ม เลือกแค่ 1 ทักษะ หรือ 1 โปรเจกต์ที่อยากทำ ห้ามเปลี่ยนหัวข้อบ่อยจนเกินไป สิ่งสำคัญไม่ใช่จำนวนชั่วโมง แต่คือ โมเมนตัม พอคุณเห็นความก้าวหน้าเล็กๆ คุณจะอยากทำต่อเองโดยไม่ต้องฝืน และจุดเปลี่ยนสู่คุณคนใหม่ที่เก่งขึ้นจะเป็นจริงได้แน่นอน บทความที่คุณอาจสนใจ เช็กลิสต์! 50 สิ่งที่ผู้ชายทำแล้วดูหล่อขึ้น รวยขึ้น และมีเสน่ห์ขึ้นทุกวัน
ไลฟ์สไตล์ • 17 พ.ย. 68
อ่าน
Krafton เปิดให้พนักงาน "สมัครใจลาออก" เพื่อดันองค์กรเป็น AI Company
Krafton ผู้จัดจำหน่ายเกม Subnautica 2 และ inZOI เปิดโครงการ "ลาออกด้วยความสมัครใจ" ตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายน 2025 ที่ผ่านมา แม้ว่าบริษัทจะทำกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาสล่าสุด ซึ่งแท้จริงแล้วการตัดสินใจนี้เป็นส่วนหนึ่งของการ "ปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่" เพื่อเปลี่ยนบริษัทให้เป็น AI Company ที่เน้น AI นั่นเองซึ่งพนักงาน Krafton ที่ลาออกตามโครงการสมัครใจจะได้รับ "เงินชดเชยก้อนพิเศษ" อยู่ที่ตั้งแต่ 6 เดือนไปจนถึง 36 เดือนของเงินเดือนเลยทีเดียว และทาง Krafton ก็มองว่านี่คือการ "เสนอทางเลือก" ให้กับพนักงานที่ไม่เห็นด้วยการปรับเปลี่ยนแนวทางของบริษัทสู่ยุค AIทั้งนี้ Krafton ให้สิทธิ์พนักงาน "ตัดสินใจเลือกรับเงินชดเชยหรืออยู่ต่อได้อย่างอิสระ" แต่มีการระงับการจ้างงานใหม่ในส่วนงานที่ไม่เกี่ยวกับ AI ไว้ อีกทั้งการที่ Krafton เคยประกาศจะ "ลงทุน 70 ล้านดอลลาร์ใน GPU Cluster สำหรับ AI" ก็ยิ่งเป็นอะไรที่ย้ำให้เห็นว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านสู่ AI เป็นอย่างมากเลยทีเดียวinZOIแปลและเรียบเรียงจาก : automaton-media.com
Online Station • 14 พ.ย. 68
อ่าน
7 นิสัยที่ทำให้ อ้วนง่าย โดยไม่รู้ตัว พฤติกรรมทำร้ายหุ่น แก้ด่วนก่อนสาย
วันนี้เราจะพาไปเช็กด่วน 7 นิสัยที่ทำให้คุณอ้วนง่าย ถ้าคุณสาวๆ มีข้อไหนรีบแก้ด่วน ก่อนที่น้ำหนักจะพุ่งไปมากกว่านี้ เคยไหมที่รู้สึกว่าทำไมน้ำหนักถึงขึ้นเอาๆ ทั้งที่ก็ไม่ได้กินเยอะเหมือนเมื่อก่อน? นั่นอาจไม่ใช่เรื่องของอาหารเพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็นนิสัยเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันที่ทำร้ายหุ่นของคุณโดยไม่รู้ตัวค่ะ 7 นิสัยที่ทำให้ อ้วนง่าย โดยไม่รู้ตัว 1. นอนไม่พอ การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบฮอร์โมนในร่างกายของเราค่ะ เมื่อร่างกายพักผ่อนไม่เต็มที่ ระดับ ฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ฮอร์โมนความเครียด" จะสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ร่างกายเข้าสู่โหมดการสะสมไขมัน โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง นอกจากนี้ การนอนน้อยยังทำให้ระดับ ฮอร์โมนเลปติน (Leptin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ส่งสัญญาณความอิ่มลดลง ทำให้เราไม่รู้สึกอิ่มง่ายๆ ในทางกลับกัน ระดับ ฮอร์โมนเกรลิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่กระตุ้นความอยากอาหารจะเพิ่มสูงขึ้น ทำให้เราหิวบ่อยและโหยหาอาหารที่มีน้ำตาลหรือไขมันสูงเป็นพิเศษค่ะ 2. กินอาหารเร็วเกินไป ร่างกายของเราต้องการเวลาในการส่งสัญญาณจากกระเพาะอาหารไปยังสมองว่า "อิ่มแล้ว" ค่ะ โดยปกติแล้วกระบวนการนี้จะใช้เวลาประมาณ 20 นาที เมื่อทานอาหารเร็วเกินไป สมองจะยังไม่ทันได้รับสัญญาณดังกล่าว ทำให้เราเผลอทานอาหารเข้าไปในปริมาณที่มากเกินความจำเป็นโดยไม่รู้ตัว การเคี้ยวอาหารช้าๆ และตั้งใจลิ้มรสอาหารแต่ละคำ จะช่วยให้ร่างกายมีเวลาพอที่จะรับรู้ความอิ่มได้ทันเวลา ทำให้ทานในปริมาณที่พอเหมาะและควบคุมน้ำหนักได้ดีขึ้นค่ะ 3. ดื่มน้ำน้อย น้ำคือองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้ระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดค่ะ การดื่มน้ำน้อยจะทำให้ระบบเผาผลาญทำงานช้าลง และส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถของร่างกายในการเผาผลาญไขมัน นอกจากนี้ สมองของคนเรามักจะสับสนระหว่างความหิวและความกระหายน้ำค่ะ บ่อยครั้งที่เรารู้สึกว่า "หิว" ทั้งที่จริงแล้วร่างกายแค่ขาดน้ำ ดังนั้น การจิบน้ำเปล่าระหว่างวันอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดความอยากอาหารที่ไม่จำเป็นได้ดีค่ะ 4. นั่งนานเกินไป ในยุคที่หลายคนต้องทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน การนั่งติดต่อกันเป็นเวลานานๆ จะทำให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะเฉื่อยชา และเผาผลาญพลังงานได้น้อยลงมาก การวิจัยพบว่าการนั่งนานๆ ทำให้ระบบเมตาบอลิซึมทำงานช้าลงอย่างเห็นได้ชัดค่ะ ทางแก้คือควรหาโอกาสลุกยืน เดินไปมา หรือยืดเส้นยืดสายทุกๆ 1 ชั่วโมงเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายได้เผาผลาญแคลอรีอย่างต่อเนื่องค่ะ 5. กินอาหารหลังออกกำลังกายทันที หลายคนเชื่อว่าการทานอาหารทันทีหลังออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดี แต่ความจริงแล้วเป็นสิ่งที่ควรระวังค่ะ หลังจากออกกำลังกาย ร่างกายจะอยู่ในช่วงที่พร้อมจะดูดซึมสารอาหารเข้าไปใช้ หากรีบทานอาหารที่มีไขมันหรือน้ำตาลสูงทันที ร่างกายก็จะดูดซึมเข้าไปสะสมเป็นไขมันได้อย่างรวดเร็ว ควรให้ร่างกายได้ฟื้นตัวสัก 30-60 นาที แล้วจึงค่อยเลือกทานอาหารที่มีโปรตีนสูงเพื่อช่วยซ่อมแซมและเสริมสร้างกล้ามเนื้อแทนค่ะ 6. กินอาหารจากกล่องบรรจุภัณฑ์โดยตรง นิสัยนี้อาจดูไม่เป็นอันตราย แต่เป็นกับดักที่ทำให้เรากินเยอะเกินไปโดยไม่รู้ตัวค่ะ เมื่อคุณสาวๆ ทานอาหารจากกล่องหรือถุงบรรจุภัณฑ์โดยตรง จะไม่เห็นปริมาณที่แท้จริงที่กินเข้าไป และมีแนวโน้มที่จะกินจนหมดโดยไม่รู้ปริมาณที่แท้จริง ทางที่ดีควรเทอาหารออกมาใส่จานในปริมาณที่พอเหมาะก่อน เพื่อให้เราได้เห็นและควบคุมปริมาณอาหารได้อย่างมีสติค่ะ 7. มีภาวะเครียดสะสม ความเครียดเรื้อรังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นค่ะ เมื่อคุณlาวๆ เครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมา ทำให้รู้สึกอยากทานอาหารที่มีรสหวานหรือมีไขมันสูงเพื่อปลอบประโลมตัวเอง นอกจากนี้ ความเครียดยังส่งผลให้ระบบเผาผลาญทำงานช้าลง ทำให้ร่างกายไม่สามารถเผาผลาญพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ การหาวิธีจัดการความเครียด เช่น การทำสมาธิ หรือการออกกำลังกาย จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามค่ะ บทความที่คุณอาจสนใจ 5 วิธีลดพุง สำหรับพุง 5 แบบ พุงกลม พุงล่างป่อง ท้องน้อยห้อย คุณเป็นแบบไหน? 6 เคล็ดลับ ลดไขมันหน้าท้อง เพิ่มกล้ามเนื้อ พุงยุบ หุ่นกระชับ แบบยั่งยืน
เทรนด์สุขภาพ • 11 ก.ย. 68
อ่าน
Dopamine Detox คืออะไร ทำไมผู้ชายยุคนี้ต้องลอง
ในยุคที่ทุกอย่างหมุนเร็ว ผู้ชายหลายคนมักเจอปัญหา สมาธิสั้น เครียดง่าย โฟกัสกับอะไรได้ยาก เพราะแต่ละวันมีข้อความแจ้งเตือนดังไม่หยุดจากมือถือ ซีรีส์ใหม่เข้ามาให้ดูแทบทุกวัน และโลกโซเชียลเต็มไปด้วยคอนเทนต์ที่ดึงดูดความสนใจตลอดเวลา สาเหตุอาจมาจากสิ่งที่เรียกว่า Dopamine Overload เมื่อสมองถูกกระตุ้นด้วยสิ่งเร้าเล็ก ๆ บ่อยครั้งเกินไป จนไม่รู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งสำคัญอีกต่อไป นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมแนวคิด Dopamine Detox หรือ การพักรีเซ็ตโดปามีน ถึงกลายเป็นเทรนด์ที่หนุ่มยุคใหม่หันมาให้ความสนใจ เพราะมันช่วยให้คุณกลับมามีสมาธิ ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพมากขึ้น Dopamine Detox คืออะไร แม้โดปามีนจะเป็นสารแห่งความสุข แต่เมื่อสมองถูกกระตุ้นบ่อยเกินไป ผลที่ตามมาคือ สมองชินชา และไม่รู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งธรรมดา ๆ อีกต่อไป ซึ่งอาจสร้างผลเสียในชีวิตประจำวันได้ดังนี้ สมาธิสั้น ทำงานไม่เสร็จสักที เมื่อชินกับการได้โดปามีนจากการเลื่อนมือถือหรือดูคลิปสั้น ๆ สมองจะเคยชินกับรางวัลเร็ว ๆ พอเจองานที่ต้องใช้เวลานาน เช่น เขียนรายงาน ทำโปรเจกต์ หรือตั้งใจอ่านหนังสือ จะรู้สึกเบื่อและไม่มีแรงจูงใจ ทำให้ผลลัพธ์งานตกต่ำลง ไม่อินกับความสุขง่าย ๆ อีกต่อไป การกินข้าวกับครอบครัว ฟังเพลงโปรด หรือการได้พักผ่อนเงียบ ๆ เคยทำให้รู้สึกดี แต่เมื่อสมองโดนสิ่งเร้าแรง ๆ ตลอดเวลา ความสุขจากสิ่งเล็ก ๆ จะดูจืดจาง ทำให้ชีวิตเหมือนไม่มีรสชาติ ติดการเลื่อนมือถือแบบไม่รู้ตัว ผู้ชายหลายคนตั้งใจจะเปิดมือถือ แค่ 5 นาที แต่สุดท้ายผ่านไปเป็นชั่วโมง นี่คืออาการของ Dopamine Loop ที่ทำให้คุณติดอยู่ในวงจรเดิม ๆ เสียเวลาไปกับสิ่งที่ไม่ได้สร้างประโยชน์จริง ความสัมพันธ์ถดถอย เพราะสมองมองหาสิ่งเร้าเร็ว ๆ อยู่เสมอ การพูดคุยกับแฟนหรือเพื่อนที่ไม่ได้ตื่นเต้นเหมือนโซเชียลอาจทำให้คุณรู้สึกเบื่อ ห่างเหิน และไม่ให้ความสำคัญกับคนรอบตัวเท่าที่ควร สุขภาพจิตและร่างกายแย่ลง เมื่อใช้เวลาไปกับเกม คลิป หรือโซเชียลมากเกินไป การออกกำลังกายและการนอนก็ถูกละเลย ส่งผลให้เครียดง่าย อารมณ์แปรปรวน และสุขภาพร่างกายทรุดโทรมโดยไม่รู้ตัว เริ่ม Dopamine Detox ยังไงให้เวิร์ก การ Detox ไม่ได้แปลว่าต้องตัดทุกอย่างออกไป 100% แต่คือการ ลด สิ่งเร้าที่มากเกินไป และแทนที่ด้วยกิจกรรมที่มีประโยชน์ เช่น ตั้งกฎมือถือ ปิดแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็น หรือเลือกเวลาเช็กแอป งดสิ่งเร้า 24 ชั่วโมง เลือกวันหยุดหนึ่งวันเพื่อไม่เล่นเกม ไม่ดูโซเชียล แล้วหันไปทำกิจกรรมอื่นแทน ทำกิจกรรมช้าๆ อ่านหนังสือ ออกกำลังกาย ทำอาหาร หรือเดินเล่นโดยไม่เปิดเพลง นอนและตื่นเป็นเวลา การพักผ่อนที่มีคุณภาพช่วยรีเซ็ตสมองได้ดียิ่งกว่า ออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งหรือคาร์ดิโอ ได้สุขภาพ แถมช่วยหลั่งโดปามีนธรรมชาติ Meditation / Mindfulness ฝึกสมาธิวันละ 10 นาทีช่วยให้สมองชัดเจนขึ้น ทำ Project เล็กๆ เช่น DIY งานช่าง จัดโต๊ะทำงาน หรือทดลองทำอาหารใหม่ๆ สำหรับผู้ชายยุคใหม่ การเลือกหยุดจากสิ่งเร้าที่ไม่จำเป็นบ้าง อาจทำให้คุณค้นพบว่าความสุขแท้จริงไม่จำเป็นต้องมาจากการกระตุ้นที่หวือหวาเสมอไป แต่ซ่อนอยู่ใน ความสงบ สมาธิ และเป้าหมายที่เราตั้งใจ เริ่มจากการลองปิดมือถือก่อนนอนสักหนึ่งชั่วโมง งดโซเชียลวันอาทิตย์ หรือหันมาลงมือทำกิจกรรมที่สร้างคุณค่าแทน แล้วคุณจะพบว่า Dopamine Detox อาจเป็นกุญแจที่ทำให้ชีวิตกลับมา บาลานซ์ และมีพลังอย่างที่คุณไม่เคยคิดมาก่อนก็เป็นได้ บทความที่คุณอาจสนใจ เช็กสัญญาณ อาการโรคซึมเศร้าในผู้ชาย มีสาเหตุจากอะไร วิธีแก้เครียด ผ่อนคลายกล้ามเนื้อแบบ PMR หลับง่าย หายเครียด แบบไม่ต้องใช้ยา รวมเสียงธรรมชาติ เสียงฝน เสียงทะเล ฟังแล้วหลับสบาย ผู้ชายเครียดง่ายต้องลองฟัง
ไลฟ์สไตล์ • 27 ส.ค. 68
อ่าน
Ethereum ETF ทุบสถิติ ยอดไหลเข้าแซงหน้า Bitcoin ETF อย่างชัดเจน
#Ethereum #ทันหุ้น - ข้อมูลจาก The Block ได้ระบุว่า Spot Ethereum ETF ในสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิรวม 443.9 ล้านดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นวันที่สามติดต่อกันที่มียอดเงินไหลเข้าเป็นบวก จาก ข้อมูล ของ SoSoValue ระบุว่า ETHA ของ BlackRock มียอดเงินไหลเข้าสุทธิ 314.9 ล้านดอลลาร์ ตามมาด้วย FETH ของ Fidelity ที่มีเงินไหลเข้า 87.4 ล้านดอลลาร์ กองทุน Mini Ethereum Trust ของ Grayscale และกองทุน Ethereum อื่นๆ จาก Bitwise, 21Shares และ Invesco ก็มียอดเงินไหลเข้าเป็นบวกเช่นกัน ที่น่าสนใจคือ ยอดเงินไหลเข้า ETH ETF ในวันจันทร์มีจำนวนมากกว่ายอดเงินไหลเข้าของ Spot Bitcoin ETF ถึงสองเท่าในวันเดียวกัน "ETH ETF ยังคงมีเงินไหลเข้ามากกว่า BTC ETF ซึ่งเน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญสู่ Ethereum เนื่องจากความสามารถในการสร้างผลตอบแทน, ความชัดเจนด้านกฎระเบียบ และการที่บริษัทต่างๆ เริ่มนำไปใช้ในคลังสินทรัพย์" Nick Ruck ผู้อำนวยการของ LVRG Research กล่าว ด้วยเงินไหลเข้าสุทธิ 219 ล้านดอลลาร์ ในกองทุนจาก BlackRock, Fidelity และอีกสี่กองทุน ทำให้ยอดเงินไหลเข้ารายวันของ Spot Bitcoin ETF กลับมาเป็นบวกอีกครั้งหลังจากที่มีเงินไหลออกติดต่อกันหกวัน ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน Bitcoin ได้ร่วงลงต่ำกว่า 110,000 ดอลลาร์ เป็นครั้งแรกในรอบกว่าหกสัปดาห์ ขณะที่ Ethereum และ Altcoin อื่นๆ มีราคาลดลงอย่างรุนแรง นักวิเคราะห์ ได้ให้ความเห็น ว่าความเชื่อมั่นเชิงบวกในตลาดจากสุนทรพจน์ที่ผ่อนคลายของ Jerome Powell ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาได้จางหายไป และนักลงทุนกำลังเปลี่ยนเข้าสู่โหมดการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง "แม้ว่าตลาดจะตกต่ำ แต่ทั้ง Bitcoin และ Ethereum ETF ก็มียอดเงินไหลเข้าที่โดดเด่นในวันจันทร์ ซึ่งบ่งชี้ว่าความเชื่อมั่นของสถาบันยังคงแข็งแกร่งท่ามกลางสภาวะตลาดขาลง" Ruck กล่าว ที่มา https://www.theblock.co/post/368214/spot-ethereum-etfs-444-million-inflows
ทันหุ้น • 26 ส.ค. 68
อ่าน
เคมีโดน! “ซัน-ชาย” จับคู่กระแสดีขอบคุณแฟนซีรีส์
เคมีโดน! ซัน-ชาย จับคู่กระแสดีขอบคุณแฟนซีรีส์ ได้ดูกันไปแล้วกับ 21 DAYS SUNSHINE 21 วันของฉันกับเธอและรับกระแสสุดปังจากคอซีรีส์วาย โดนคู่หูคู่ใหม่ ซัน ก้องภพกับ ชาย สมชาย เคมีเคใจจนตกเข้าด้อม ซัน-ชาย ไปเรียบร้อยเมื่อเห็นคอมเมนต์ชื่นชมจากแฟนๆ ที่พร้อมให้กำลังใจกันอย่างอบอุ่นบนโซเชียลก็ทำเอานักแสดงน้องใหม่ ปลื้มใจสุดๆซึ่งสองหนุ่ม ฝากขอบคุณกระแสทุกการตอบรับ ด้าน ซัน เผย รู้สึกดีใจมากๆ ที่หลังจากซีรีส์ออนแอร์ แล้วมีแฟน ๆ เข้ามารับชมกันเยอะมาก มีหลายคนคอมเมนต์ให้กำลังใจ งานแสดงครั้งแรกของเรา ชมว่าเราทำได้ดีเลยนะ ก็รู้สึกดีใจ หายเหนื่อยเลย แล้วมีแฟนๆ หลายคนตามมาฟอลโล ไอจี เฟซบุ๊ก TikTok ของพวกเรา อยากทำความรู้จักพวกเรา ขอบคุณมากนะสำหรับกำลังใจ ส่วน ชาย กล่าวว่า ต้องขอบคุณแฟนๆ ทุกคนมากจริงๆ ที่เข้ามาดู มาติดตามชมผลงานการแสดงซีรีส์เรื่องแรกของพวกเรา ตอนแรกตื่นเต้นมาก ไม่รู้ว่าถ้าแฟนๆ ได้ดูกันแล้ว จะว่ายังไงกันบ้าง จะชอบผลงานของพวกเราไหม แต่หลังจากที่ซีรีส์ออนแอร์ ต้องบอกว่าแฟนๆ ซีรีส์ Boys Love ส่วนใหญ่ที่เข้ามาดู ให้การตอบรับดีมาก หลายคนก็บอกว่าชอบ สนุกดี น่ารักดีเนื้อเรื่องกระชับ ไม่น่าเบื่อ ด้วยความที่ซีรีส์เป็นแนวโรแมนติก คอเมอดี้ก็เป็นอะไรที่ดูแล้วอมยิ้มกันครับ ทำให้ทุกคนมีความสุขได้ ก็รู้สึกดีใจ อยากขอบคุณแฟนๆ ที่ติดตาม และช่อง 7HD ไม่รอช้า ขอเอาใจแฟน ๆ จัดกิจกรรม ใกล้ชิดสองหนุ่ม ซัน-ชาย ในวันเสาร์ที่ 16 สิงหาคมนี้ งานเริ่มตั้งแต่เวลา 15.00 น. ที่ THE COFFEE CLUB สามย่านมิตรทาวน์ งานนี้จะมีเพียง 21 แฟนๆ ผู้โชคดีที่จะได้ฟินแบบเอ็กซ์คลูซีฟ
ดาราเดลี่บันเทิง • 12 ส.ค. 68
อ่าน
"ต้า เฟ็ดเฟ่" เปิดใจช่วงแยกทางกับเพื่อนรัก สู่วันที่ต้องไลฟ์ขายของเอาตัวรอด
"เกิดมาเว่า" สัปดาห์นี้พบกับ "ต้า เฟ็ดเฟ่" ยูทูบเบอร์ที่โด่งดัง มีเอกลักษณ์เป็นที่รู้จักในฐานะสมาชิกกลุ่มยูทูบเบอร์สายฮา "เฟ็ดเฟ่บอยแบนด์ และ ชัยโสโร" มาเปิดใจหมดเปลือกถึงเส้นทางชีวิตที่ไม่มีสคริปต์ เล่าปัญหาวิกฤตชีวิตที่ต้องเจอ จนต้องหาเส้นทางใหม่ การทำงานในวงการบันเทิงที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลง และปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ต้องเผชิญหน้ากับความล้มเหลวที่ไม่ใช่เรื่องแย่ เพราะทุกคนสามารถเริ่มต้นใหม่ได้ทุกเมื่อ "ต้า เฟ็ดเฟ่" เปิดใจช่วงแยกทางกับเพื่อนรัก เส้นทางชีวิตและบทเรียนของ ต้า เฟ็ดเฟ่ ?ต้า เฟ็ดเฟ่ : จริง ๆ แล้วผมเป็นคนชัยภูมิครับ กลับบ้านทุกเทศกาลเลย เวลานึกถึงชัยภูมิ คิดถึงอะไรก่อนเป็นอย่างแรก ?ต้า เฟ็ดเฟ่ : คิดถึงความสุขอยู่กับพ่อแม่ ต้นไม้ อากาศบริสุทธิ์ นั่งข้างคนที่เรารัก แค่หายใจก็มีความสุขแล้วครับ ร้านเด็ดในชัยภูมิคือร้านอะไร ?ต้า เฟ็ดเฟ่ : ผมรู้สึกว่าอาจจะไม่ใช่ร้านเด็ดร้านดัง แต่เป็นร้านที่เป็นเอกลักษณ์ของหมู่บ้านเราคือ ร้านก๋วยเตี๋ยวหน้าโรงเรียนวังตาท้าว ผมภาษาอีสานผมฟังออกนะแต่พูดไม่ได้ เพราะหมู่บ้านผมพูดโคราชกันไม่ใช่อีสาน ตอนเด็ก ๆ คาแรกเตอร์เป็นแบบนี้ไหมหรือเพิ่งเป็นตอนโต ?ต้า เฟ็ดเฟ่ : เพิ่งมาเป็นตอนโตครับ เพราะหน้าที่การงานด้วย มันก็เลยกลายเป็นคาแรกเตอร์แบบนี้ จุดไหนที่ทำให้รู้ตัวว่าอยากเป็นคนตลก ?ต้า เฟ็ดเฟ่ : ตอนที่เห็นเพื่อน ๆ หัวเราะกับสิ่งที่เราทำ มันทำให้เรารู้สึกว่าการทำให้คนอื่นมีความสุขมันมีคุณค่ามาก ก็เลยตัดสินใจจะเป็นคนตลก ได้ข่าวว่าพี่ต้าแยกทางกับพี่ชัยแล้ว มันเกิดอะไรขึ้น ?ต้า เฟ็ดเฟ่ : ไม่มีใครผิดหรือถูกครับ มันเหมือนทฤษฎีเหรียญที่มีสองด้าน เรามองคนละมุมกัน เรื่องมันเริ่มจากความคาดหวังกันสูงมากเกินไป เป็นเหมือนพ่อกับลูกที่ตึงเครียดเกินไป ก็เลยมีการทะเลาะกันในงานค่อนข้างบ่อยจนเราไม่มีความสุข เราทำงานสายบันเทิง แต่บางวันต้องทะเลาะกันก่อนเข้าเซ็ต แล้วพอได้เวลา 5 4 3 2 แอ็กชั่น เราต้องเล่นตลกทันที ทั้งที่อารมณ์ยังไม่คลี่คลาย เข้าก็ไม่ชอบเราก็ไม่ชอบ ก็อาจจะเป็นที่ผมผิดด้วยที่การคุย พอเริ่มคุยกันน้อยลง พอจะจูนกันก็ทะเลาะอีกแล้ว มันก็เริ่มจาง ไม่รู้เหมือนกันว่าคนอื่นเบื้องหลังเขาเป็นยังไง บางทีผมก็อิจฉาช่องอื่นที่ไม่ต้องมาเครียด ๆ อยู่แล้วเข้าฉากต้องตลกเลย แต่ผมก็ไม่ได้ติดอะไรมากเพราะมันเป็นหน้าที่ของเราความรับผิดชอบในงาน ถ้าเลือกได้เราก็ควรแฮปปี้แล้วก็ส่งความแฮปปี้ไปที่คนดูแบบเรียล ๆ มีโอกาสจะกลับมาทำงานด้วยกันอีกไหม ?ต้า เฟ็ดเฟ่ : ผมว่าต้องใช้เวลา จริง ๆ ก็ยังเสียดาย ทุกวันนี้ผมยังเปิดคลิปเก่า ๆ มาดู แล้วก็ยังตลกอยู่เหมือนเดิม แล้วผมดูเขาเล่นมุกก็ยังขำเหมือนเดิม ตอนออกจากช่องเราออกมาแบบตัวเปล่า ?ต้า เฟ็ดเฟ่ : ไม่ใช่ตัวเปล่าครับ ผมได้ความรู้ ได้การลองผิดลองถูก ได้ประสบการณ์ คือถ้าเรายังไม่แรง มีความมั่นใจ และความขยันวินัย มันเริ่มใหม่ได้ทุกเมื่อ การล้มเหลวไม่ใช่เรื่องแย่ ล้มแล้วก็ลุกให้ไว ชีวิตคนเราเคล็ดลับแค่นี้เลย มีอะไรอยากบอกพี่ชัยไหม ?ต้า เฟ็ดเฟ่ : ตอนนี้เขาอาจจะมีแฟนคลับเป็นล้าน ๆ แต่แฟนคลับคนแรกในชีวิตเขาคือผม ตอนแรกเขาไม่เชื่อว่าตัวเองเป็นคนตลก ผมเชื่อในความสามารถของเขา เขาเก่งอยู่แล้ว คนรักเขาเยอะ แฟนคลับเขาเยอะ ไปต่อได้อยู่แล้ว ไม่ต้องกังวลหรือท้อ มองยังไงกับคนที่บอกว่าเราตกยุค ต้องมาไลฟ์ขายของ ?ต้า เฟ็ดเฟ่ : มีครับ หลังออกจากช่องชัยโสโรผมก็ตั้งไลฟ์ขายของเลย รายจ่ายมันไม่รอเรา ขายเสื้อผ้ามือสองใน TikTok มีคนถามว่าใช่ตัวจริงไหม หรือว่าร้อนเงินเหรอ บอกเลยว่าไม่ใช่แค่ร้อน ผมไหม้แล้วครับ (หัวเราะ) ผมว่าทุกอย่างต้องปรับตัวตามยุคครับ ทุกวันนี้คือยุคของคลิปสั้นแนวตั้ง ต้องถ่ายให้เร็วเข้าใจง่าย แต่คนที่ดู Youtube ก็ยังมี อย่าไปกลัวว่าทำแล้วไม่มีคนดู ยิ่งผิดพลาดเรายิ่งได้เรียนรู้ ไม่ควรยอมแพ้ ถ้าชอบก็ทำต่อไป เพราะการทำ Youtube ก็เป็นไดอารี่อย่างหนึ่งที่เราได้บันทึกเก็บไว้ในรูปแบบวีดีโอ คลิปในตำนานที่แรงที่สุดคือคลิปไหน ?ต้า เฟ็ดเฟ่ : มีคลิปหนึ่งที่เล่นแรงมาก แข่งเกมกันแล้วใช้อุปกรณ์สั่นยัดเข้าไปจริง ๆ เปิดเบอร์สุดแล้วสุดท้ายอุปกรณ์นั่นค้างอยู่ในตัวผม ต้องไปนั่งเบ่งในห้องน้ำ โชคดีที่มันพุ่งออกมาเอง ไม่งั้นคงต้องไปโรงพยาบาล อายหมอตายเลยครับ ตอนนี้ทำแบรนด์เสื้อผ้ากีฬา ?ต้า เฟ็ดเฟ่ : ใช่ครับ ทำเสื้อบอลลายไทย อยากให้เสื้อเชียร์บอลมีความเป็นไทย ฟอนต์ไทย ลายไทย สามารถสั่งซื้อได้ที่ Shopee ค้นหาว่า truly.bkk ได้เลยครับ สามารถติดตาม "เกิดมาเว่า" ได้ที่ช่องทาง Facebook : WE DO, Youtube : WE DO วันอังคาร เวลา 18.00 น. และสามารถรับชมย้อนหลัง ได้ที่นี่
ข่าวบันเทิง • 7 ส.ค. 68
อ่าน
เมื่อความถูกต้องไม่ถูกใจ เข้าข่าย "Cognitive Dissonance" ปล่อยไว้ทำร้ายตัวเอง
สมองของมนุษย์ เป็นหนึ่งในอวัยวะที่มีความซับซ้อนมากที่สุดอย่างหนึ่ง ทำให้เกิดความหลากหลายในการแสดงออกทางความคิดและพฤติกรรมของแต่ละบุคคล แต่ถึงแม้มุมจะต่างกัน แต่ค่านิยมหรือคุณค่าบางอย่าง ที่กฎสังคมตกลงร่วมกันยังคงต้องรักษาไว้ ซึ่งเมื่อทั้ง 2 อย่างนี่มีความขัดแย้งกัน อาจทำให้เกิดความไม่สบายใจ คับข้องใจ จนนำไปสู่การเกิดภาวะทางจิตเวช ที่ชื่อว่า Cognitive Dissonanc ปล่อยไว้ นอกจากอันตรายกับสุขภาพจิตตัวเอง ยังทำร้ายคนรอบข้างโดยไม่รู้ตัวด้วยCognitive Dissonance คืออะไร?Cognitive Dissonance เป็นทฤษฎีทางจิตวิทยาที่คิดค้นโดย Leon Festinger อธิบายว่า ภาวะทางอารมณ์และความรู้สึก เมื่อบุคคลเผชิญกับความขัดแย้งทางความคิด กับค่านิยมบางอย่างของแนวคิดทางสังคม กฎเกณฑ์บางอย่าง หรือข้อตกลงในองค์กรหรือสิ่งแวดล้อมที่พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ ทำให้รู้สึกไม่สบายใจและพยายามลดความขัดแย้งนั้นๆการลดความขัดแย้งนี้อาจทำได้หลายวิธี เช่น การเปลี่ยนความเชื่อเดิมๆ การหาเหตุผลสนับสนุนความเชื่อเดิม การปฏิเสธข้อมูลใหม่ หรือ การลดความสำคัญของประเด็นที่ขัดแย้ง แต่กระบวนการดังกล่าว ทำให้เกิดความไม่สบายใจ อึดอัดใจอย่างรุนแรง หากไม่สามารถหาทางออก ยิ่งนำไปสู่ปัญหาที่ใหญ่กว่าตัวอย่างง่ายๆ ของความขัดแย้ง เช่น หากคนๆ หนึ่งเชื่อว่าการออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดี แต่เขากลับไม่ค่อยออกกำลังกาย เขาอาจจะรู้สึกขัดแย้งทางความคิด อาจจะหาเหตุผลมาสนับสนุนการไม่ออกกำลังกายของเขา เช่น "ฉันไม่มีเวลา" หรือ "ฉันเหนื่อย" หรืออาจจะลดความสำคัญของการออกกำลังกายลง หรืออาจจะพยายามหาข้อมูลที่สนับสนุนว่าการออกกำลังกายนั้นไม่ได้ดีต่อสุขภาพขนาดนั้นก็ได้จะเห็นว่า Cognitive Dissonance ทำให้ความเชื่อ กับการกระทำไม่เป็นไปในทางเดียวกัน เมื่อความถูกต้อง ไม่ตรงกับสิ่งที่ถูกใจสภาวะของจิตใจใต้ Cognitive Dissonance นอกจากจะส่งผลทางสุขภาพให้กับคนๆ นั้นแล้ว การไม่ลงรอยกัน ทำให้คนมีพฤติกรรม Toxic อย่างไม่รู้ตัว เพราะจิตใจต้องการหาการระบาย หรือแสดงออกบางอย่าง เพื่อจัดการกับความอึดอัดใจที่เกิดขึ้นกล่าวโทษผู้อื่นการเลือกกล่าวโทษคนใกล้ชิด เพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้างาน ที่ทำให้เราต้องรู้สึกไม่สบายใจและท้อแท้ มากกว่าที่จะรับผิดชอบและแก้ไขอย่างเป็นเหตุเป็นผล ในสิ่งที่เกิดขึ้นจากการกระทำที่ขัดกับความเชื่อของเราเอง เพื่อให้ตัวเองเกิดความสบายใจซุบซิบนินทาการซุบซิบนินทา กล่าวว่าร้าย และแพร่ข่าวลือที่เกี่ยวกับผู้อื่น อาจเป็นทางเลือกที่คนที่เผชิญกับภาวะ Cognitive Dissonance ใช้เพื่อลดความรู้สึกตึงเครียดของตนเองหลีกเลี่ยงการเลือกที่จะหลีกเลี่ยงสถานการณ์หรือบุคคลที่ทำให้เกิดความขัดแย้งในใจ เป็นอีกทางหนึ่งที่ คนมีภาวะ Cognitive Dissonance จะเลือกใช้ แทนที่จะเผชิญหน้าและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเกรี้ยวกราดการสาดอารมณ์ที่เกรี้ยวกราดใส่คนรอบข้างก็อาจจะเป็นอีกวิธีที่เลือกใช้ เพื่อลดความรู้สึกอึดอัดใจที่เราต้องเจอหาเหตุผล หรือกลุ่มคนมาสนับสนุนความเชื่อของตัวเองหาเหตุผลมาสนับสนุน หรือหาพวกให้กับตัวเอง หรือการเล่นพรรค์เล่นพวก ซึ่งปรากฏการณ์นี้เรียกว่า “confirmation bias” ก็คือเลือกเฉพาะเหตุผลหรือคนที่มาช่วยคอนเฟิร์มให้รู้สึกสบายใจว่าตัวเองทำถูกแล้ว Cognitive Dissonance ทำให้เกิดภาวะ Burn Out ในที่ทำงานCognitive Dissonance หากเกิดขึ้นในความสัมพันธ์ย่อมส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของแต่ละฝ่าย หากไม่สามารถพูดคุยเพื่อแก้ไข อาจนำไปสู่การแตกหัก เพราะแต่ละฝ่ายก็ต้องยืนยันต่อความเชื่อของตัวเอง แต่ความ Toxic เหล่านี้ หากเกินขึ้นในองค์กร หรือสภาพแวดล้อมการทำงาน สามารถส่งผลต่อสุขภาพจิต เป็นหนึ่งในสาเหตุของภาวะหมดไฟ หรือ Burn out ได้ป้องกันสภาพจิตใจจากผลกระทบของ Cognitive Dissonanceอย่างที่บอกว่า Cognitive Dissonance เกิดขึ้นได้ในหลากหลายสถานการณ์ มี 3 วิธี ที่เราสามารถปรับเปลี่ยนเพื่อลดผลจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเปลี่ยนแปลงความเชื่อ ค่านิยม พฤติกรรม ที่มีอยู่เพิ่มความเชื่อ ค่านิยม พฤติกรรม ใหม่ๆลดความสำคัญของความเชื่อ ค่านิยม พฤติกรรม ของตัวเองลง เปิดรับความแตกต่าง หลากหลายที่มาจากแนวคิดและมุมมองด้านอื่นๆ
TNN ช่อง16 • 26 ก.ค. 68
อ่าน
“ใหม่ - เต๋อ” เปิดใจปมเด็กในสังกัดทยอยออก
ใหม่ - เต๋อ เปิดใจปมเด็กในสังกัดทยอยออก ลงทุนเปิดบริษัทปั้นเด็กค่าย Mine Media Production นางเอกสาว ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ และพระเอกหนุ่ม เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี แต่ก็มีเด็กในสังกัดทยอยลาออก ซึ่ง ใหม่ เต๋อ เผยว่า... กับประเด็นเด็กออกจากสังกัดต้องบอกว่าตั้งแต่เปิดค่ายมาก็มีเด็กที่มาพูดคุยและออกจากค่ายหลายคนแล้วด้วย ไม่ใช่แค่น้องคิส (ศจีรัศมิก์) คนเดียว ส่วนใหญ่แล้วการเซ็นเด็กเข้าค่ายของเรา อย่างแรกเลยคือเราไม่อยากดองเด็ก อยากให้เขาเข้ามาอยู่ในค่ายและเราแพลนให้เขาว่าเขาจะได้ทำโปรเจ็กต์นี้โปรเจ็กต์นั้นนะ แต่ถ้าเด็กอยู่แล้ว แล้วเรารู้สึกว่าเราไม่สามารถทำให้เขาร่ำรวยขึ้น หรือพัฒนาศักยภาพได้เต็มร้อย หรือทิศทางของเขากับเราไม่ตรงกัน ดังนั้นเราจากกันแบบดีๆ ดีกว่า เพราะว่าตอนนี้เด็กที่เหลืออยู่ในค่ายทุกคนมีโปรเจ็กต์หมดแล้ว ฉะนั้นถ้ารับเข้ามาอีกเราก็อยากจะเมกชัวร์ว่าทำให้น้องคนนั้นมีงาน ซึ่งเด็กๆ ที่ออกไปไม่ได้มีโปรเจ็กต์อะไรที่ค้างกับเราอยู่ จบกันด้วยดี ไม่มีเก็บค่าสัญญา ปกติในสัญญาจะมีค่าสัญญาอยู่แล้ว ถ้าฉีกสัญญาแล้วจบกันด้วยดีก็ไม่มีปัญหาอะไร เราก็จะให้ไปเลยโดยที่ไม่มีเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เราลงทุนไปแล้วเราก็จะไม่มีเก็บคืน อย่างที่บอกเลยว่าถ้าอยู่ด้วยกันแล้วมันไม่ส่งเสริมกัน เราก็ให้น้องไปมีชีวิตที่ดีขึ้นดีกว่า ถามว่าใจหายไหมแล้วแต่เคส บางเคสเราก็ไม่ได้ทำอะไรให้เยอะมาก แยกกันตอนนี้ก็ยังทัน แต่ถ้าอยู่กันไปแบบ 5-6 ปี แล้วแยกกันตอนนั้นอาจจะใจหาย แต่นี่อยู่แป๊บเดียวเองเนอะ เราก็ยังไม่ได้ใจหายมาก เงินที่เราลงทุนไปมันก็ยังไม่ได้แพงขนาดนั้น เด็กที่เซ็นกับค่ายเราจะเซ็นสัญญา 5 ปี แต่อย่างน้องคิสก็อยู่ด้วยกันมาประมาณเกือบปีค่ะ แต่ก็ฝากทุกคนสนับสนุนน้องด้วยไม่ว่าเส้นทางในการทำงานของน้องต่อไปจะเป็นยังไง
ดาราเดลี่บันเทิง • 24 ก.ค. 68
อ่าน
พายุวิภาเคลื่อนตัวสู่ลาว เตือน 18 จังหวัดทั่วไทย ระวังน้ำท่วม 23-24 ก.ค.นี้
นายสมควร ต้นจาน ผู้อำนวยการกองพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา เผยว่า ช่วงวันที่ 23- 24 ก.ค. ยังเป็นช่วงที่ประเทศไทยตอนบน ยังคงฝนเกือบทั่วไปตกต่อเนื่อง และมีตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคเหนือ (น่าน พะเยา เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก) ภาคอีสานตอนบน (บึงกาฬ หนองคาย หนองบัวลำภู เลย) ภาคกลาง (กาญจนบุรี ราชบุรี อุทัยธานี) ภาคตะวันออก (จันทบุรี ตราด) และภาคใต้ตอนบน (เพชรบุรี ประจวบฯ ชุมพร ) ปัจจัยหลักๆ นั้นยังคงมากจากอิทธิพลของพายุ "วิภา" ซึ่งอ่อนกำลังเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว และมรสุมมีกำลังแรงพัดเข้าหาศูนย์กลางของพายุ รวมทั้งมีร่องมรสุมพาดผ่านทางตอนบนของภาคเหนือ จะต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันเป็นพิเศษ แม้พายุนี้จะอ่อนกำลังลงแล้ว แต่จะส่งผลกระทบทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน ภาคกลางด้านตะวันตก ภาคตะวันออก ต้องระวังฝนตกหนัก ฝนตกสะสม อาจทำให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่งได้ในพื้นที่ดังกล่าวโดยเฉพาะช่วง 23-24 ก.ค. ต้องเตรียมการรับมือและเตรียมความพร้อมหากจำเป็นต้องอพยพ รวมทั้งอาจมีลมแรงหลายพื้นที่ และคลื่นลมมีกำลังแรง โดยเฉพาะช่วง 23 - 25 ก.ค.68 ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระวัง คลื่นลมแรง เรือเล็กงดออกจากฝั่งโดยเด็ดขาด ยังต้องติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด สำหรับพายุโซนร้อน"วิภา (WIPHA)" เวลา 01.00 น.ได้อ่อนกำลังลง เป็นพายุดีเปรสชัส แล้ว และเวลา 04.00 น. ศูนย์กลางอยู่บริเวณเมืองเชียงขวาง สปป.ลาว (ห่างจาก จ.น่านประมาณ 180 กม.) กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 25 กม./ชม. คาดว่าพายุนี้จะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำตามลำดับจากนั้นคาดการณ์ในช่วงวันที่ 26 ก.ค.- 6 ส.ค. ช่วงแรกยังมีฝนตกต่อเนื่องและตกหนักบริเวณภาคเหนือตอนบน ภาคอีสานตอนบนและด้านตะวันออก ส่วนบริเวณอื่นๆ ฝนมีแนวโน้มลดลงอยู่ในเกณฑ์กระจายเป็นส่วนใหญ่ ปริมาณฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง ต้องระวังฝนสะสมในลุ่มน้ำต่างๆ ไปอีก 1-2 วัน ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น คลื่นลมเบาลง
TNN ช่อง16 • 23 ก.ค. 68
อ่าน
"วันหยุด"มากไป "ฝรั่งเศส"ชงยุบ ปั๊ม ศก.-ลดหนี้
กลายเป็นประเด็นร้อนที่มีการถกเถียงกันในฝรั่งเศส หลังจากนายกรัฐมนตรีฟรองซัวส์ เบย์รู เสนอยกเลิกวันหยุดทางการ 2 วัน ได้แก่ วันอีสเตอร์ มันเดย์ และวันรำลึกถึงการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ในยุโรป 8 พฤษภาคม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในชุดมาตรการปรับลดรายจ่ายครั้งใหญ่ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายลดการขาดดุลงบประมาณ และแก้ปัญหาหนี้สาธารณะที่พุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่เศรษฐกิจฝรั่งเศสที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของสหภาพยุโรป (EU) แทบจะไม่ขยายตัวนับตั้งแต่หลังวิกฤตโควิด โดยทุก ๆ วินาที หนี้สินของฝรั่งเศสเพิ่มขึ้นราว 5,000 ยูโร และเฉพาะภาระดอกเบี้ยมีแนวโน้มจะทะลุ 1 แสนล้านยูโรต่อปี ภายใน 4 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าการใช้จ่ายด้านกลาโหมข้อเสนอยุบวันหยุดดังกล่าวมาจากแนวคิดว่า การทำงานเพิ่มขึ้นอีก 2 วันจะช่วยเพิ่มผลิตภาพทางเศรษฐกิจและรายได้ให้กับรัฐบาล แต่ในทางกลับกัน แนวคิดนี้ก็ปลุกกระแสคัดค้านในหมู่ประชาชนและพรรคการเมืองต่าง ๆ เพราะชาวฝรั่งเศสจำนวนมากให้ความสำคัญกับวันหยุดตามประเพณีที่ฝังรากมายาวนาน คล้ายกับวัฒนธรรมการดื่มไวน์ ขณะเดียวกัน จำนวนวันหยุดในฝรั่งเศสไม่ได้มากกว่ามากนักหากเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในยุโรป และยังน้อยกว่าหลาย ๆ ประเทศนอกภูมิภาค โดยฝรั่งเศสมีวันหยุดทางการตามกฎหมาย 11 วัน แต่ในบางภูมิภาคจะมีวันหยุดทั้งหมด 13 วันข้อมูลจากสำนักงานการจ้างงานแห่งยุโรป (European Employment Authority-EURES) ที่รวบรวมข้อมูลใน EU ไอซ์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ นอร์เวย์ และสวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่า วันหยุดใน EU เฉลี่ยอยู่ที่ 11 วัน ขณะที่สโลวาเกียมีจำนวนวันหยุดทางการมากสุดในยุโรป อยู่ที่ 15 วัน ส่วนเนเธอร์แลนด์ เดนมาร์กและสเปน อยู่กลุ่มที่มีจำนวนวันหยุดน้อยสุดที่ 9 วันข้อมูลจาก “รอยเตอร์ส” ระบุว่า เนปาลเป็นประเทศที่มีวันหยุดทางการมากที่สุดในโลก จำนวน 35 วันต่อปี ส่วนอีกหลายประเทศที่มีวันหยุดมากรองลงมาที่ราว ๆ 18 วัน ได้แก่ อินเดีย โคลอมเบีย และฟิลิปปินส์ ส่วนอังกฤษและแคนาดามีวันหยุดน้อยกว่า 10 วันต่อปี ถือเป็นกลุ่มที่มีวันหยุดน้อยที่สุด สำหรับสหรัฐฯ มีวันหยุดรัฐบาลกลาง 12 วัน ขณะที่จีนมีวันหยุดทางการเพียง 7 วัน อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฝรั่งเศสเสนอหั่นจำนวนวันหยุดเพื่อปลุกเศรษฐกิจ ในอดีตเคยเกิดขึ้นมาแล้ว และได้ผลในระดับหนึ่ง ยกตัวอย่างสมัยนายกรัฐมนตรีฌ็อง-ปิแอร์ ราฟาแรง ที่เปลี่ยนวันหยุด “วิต มันเดย์” (Whit Monday) เป็น “วันแห่งความสามัคคี” ที่ผู้คนจะต้องทำงานและนำเงินค่าจ้างที่ได้รับไปจ่ายให้รัฐบาลสำหรับเป็นกองทุนช่วยเหลือผู้สูงอายุและผู้พิการนอกจากนี้ ฝรั่งเศสก็ไม่ใช่ประเทศแรกที่มีแนวคิดลดจำนวนวันหยุด ก่อนหน้านี้ สถาบันคลังสมอง IFO ของเยอรมนีก็เสนอให้ทางการลดจำนวนวันหยุดจากที่มีอยู่ 12 วัน เพื่อเสริมแกร่งเศรษฐกิจ ท่ามกลางปัญหาขาดแคลนแรงงาน ทำให้ชาวเยอรมันต้องทำงานหนักขึ้น เพราะรัฐบาลใหม่ของนายกรัฐมนตรีฟรีดดริช แมร์ซ ไม่สามารถพึ่งพาการกู้ยืมและเพิ่มงบประมาณได้ IFO ประเมินว่าการทำงานเพิ่มขึ้น 1 วันจะเพิ่มผลิตภาพทางเศรษฐกิจได้ราว 8 พันล้านยูโรต่อปี ส่วนในปี 2566 เดนมาร์กยกเลิกวันหยุดทางศาสนา 1 วัน และโปรตุเกสก็เคยยุบวันหยุด 4 วันในช่วงวิกฤตหนี้ปี 2555 ก่อนจะกลับมาหยุดอีกใน 4 ปีต่อมาที่จริงแล้ว แนวคิดลดจำนวนวันหยุดเพื่อเพิ่มเวลาการทำงาน ซึ่งจะช่วยเพิ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจและรายได้ให้กับรัฐบาล ยังคงเป็นที่ถกเถียงกัน ในด้านหนึ่งก็มีเหตุผลสนับสนุน ข้อมูลจากสถาบันมงแตญ (Institut Montaigne) ระบุว่า วันหยุดแต่ละวันทำให้เศรษฐกิจสูญเสียผลิตภาพ (productivity) ไปราว 2.5 พันล้านยูโร หากเพิ่มเป็น 2 วัน ตัวเลขเหล่านี้ก็เริ่มน่าพิจารณาสำหรับกระทรวงการคลังที่ต้องเผชิญความท้าทายจากปัญหาหนี้และแรงกดดันด้านวินัยการคลังในทางกลับกัน กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เคยประเมินไว้ว่า ผลจากการลดจำนวนวันหยุดลงอาจช่วยหนุนเศรษฐกิจได้ราวร้อยละ 0.01-0.06 ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขของสำนักงานสถิติฝรั่งเศส (Insee) ที่ประเมินว่าข้อเสนอล่าสุดในการลดจำนวนวันหยุดของนายกฯ ฝรั่งเศสจะช่วยปลุกเศรษฐกิจได้ราวร้อยละ 0.06วันหยุดอาจลดทอนความสามารถในอุตสาหกรรมการผลิตลง แต่ก็จะกระตุ้นอุตสาหกรรมอื่น ๆ แทน อาทิ การท่องเที่ยว ผลการศึกษาของศูนย์ศึกษาตลาดแรงงานในมาเลเซียที่วิเคราะห์ข้อมูลใน 101 ประเทศ เมื่อปี 2566 พบว่า จำนวนวันหยุดที่เหมาะสมอยู่ราว ๆ 9-10 วันต่อปี โดยจำนวนวันหยุดที่เพิ่มขึ้นจะทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นในช่วยแรก แต่หากผ่านจุดเหมาะสมไปแล้ว แม้จำนวนวันหยุดจะเพิ่ม การเติบโตทางเศรษฐกิจจะเริ่มลดลง ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ อย่างกรณีของ “อิตาลี” ที่พึ่งพาภาคบริการ และมีวันหยุดเฉลี่ย 12 วันต่อปี พบว่า ผลิตภาพทางเศรษฐกิจไม่เปลี่ยนแปลงหรือสูงขึ้นในปีที่มีวันหยุดเพิ่มขึ้น สะท้อนว่าจำนวนวันหยุดดังกล่าวอยู่ในจุดที่เหมาะสมเหตุผลที่ทำให้รัฐบาลฝรั่งเศสต้องเสนอมาตรการรัดเข็มขัดครั้งใหญ่ เนื่องจากตัวเลขขาดดุลงบประมาณในปี 2567 อยู่ที่ 1.68 แสนล้านยูโร หรือร้อยละ 5.8 ของ GDP ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ของ EU ที่กำหนดไว้ที่ร้อยละ 3 โดยวิกฤตการเมืองที่ยืดเยื้อทำให้รัฐบาล 4 ชุดที่ผ่านมาไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก รวมทั้งไม่สามารถรับมือกับรายได้จากภาษีที่ลดลง และรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 หากไม่สามารถจัดการได้ ฝรั่งเศสอาจเผชิญกับการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือและเผชิญภาระดอกเบี้ยที่สูงขึ้นอีกรัฐบาลฝรั่งเศสตั้งเป้าจะลดการขาดดุลงบประมาณให้เหลือร้อยละ 4.6 ของ GDP ในปี 2569 จากที่คาดว่าจะอยู่ที่ร้อยละ 5.4 ของ GDP ในปีนี้ จากนั้นก็จะฉุดการขาดดุลงบประมาณให้อยู่ภายในเกณฑ์ร้อยละ 3 ของ EU ให้ได้ภายในปี 2572 แต่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแผนหั่นรายจ่ายล่าสุดมีแนวโน้มจะไม่ผ่านการอนุมัติของรัฐสภาที่มีความเห็นแตกแยกอย่างรุนแรง และพรรครัฐบาลไม่มีเสียงข้างมากที่จะผลักดันนโยบายได้ สำหรับแผนรัดเข็มขัดล่าสุดตั้งเป้าลดรายจ่ายราว 4.38 หมื่นล้านยูโร หรือประมาณ 5.09 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายลดการขาดดุลงบประมาณที่วางไว้ โดยจะมี 2 แนวทางหลัก ๆ คือ มุ่งเน้นการลดหนี้ กับเน้นกระตุ้นภาคอุตสาหกรรมให้เติบโตพร้อมกับการสร้างงานในส่วนลดการขาดดุลและหนี้จะตรึงการใช้จ่ายของรัฐบาลกลางและทางการท้องถิ่น ยกเว้นด้านกลาโหม รวมถึงจะลดตำแหน่งงานภาครัฐ 3,000 ตำแหน่ง ซึ่งจะไม่มีการรับทดแทนผู้เกษียณอายุราว 1 ใน 3 นับตั้งแต่ปี 2570 อีกทั้งจะควบรวมงานหรือปิดหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อลดตำแหน่งงาน 1,000-1,500 ตำแหน่ง แผนยังรวมถึงจำกัดรายจ่ายด้านสาธารณสุข จำกัดโครงการยาฟรี รวมทั้งประหยัดงบ 7.1 พันล้านยูโรจากการตรึงรายจ่ายด้านสวัสดิการ ค่าจ้างเจ้าหน้าที่และการเก็บภาษีเงินได้ในปีหน้าให้อยู่ระดับเดียวกับปีนี้ ส่วนอีก 9.9 พันล้านยูโรที่ลดลงมาจากการปราบปรามทุจริต การอุดช่องโหว่ภาษี ปรับโครงสร้างการลดหย่อนภาษีให้ผู้รับบำนาญ ขึ้นภาษีสำหรับผู้มีรายได้สูงสำหรับมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพภาคการผลิต อาทิ ลดวันหยุดทางการ 2 วัน ปฏิรูประบบการจ้างงานเพื่อให้จัดหางานได้เร็วขึ้นและลดกฎระเบียบไม่ให้ยุ่งยาก การสนับสนุนจากภาครัฐจะมุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูง ลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และความปลอดภัยทางไซเบอร์สถานการณ์หนี้ของฝรั่งเศสมีความน่ากังวลมากขึ้น และเป็นเรื่องเร่งด่วนที่นายกรัฐมนตรีพยายามผลักดันก่อนที่จะสายเกินแก้เหมือนกรณีของ “กรีซ” ก่อนหน้านี้ โดยนับถึงไตรมาส 1 ปี 2568 หนี้สาธารณะของฝรั่งเศสอยู่ที่ 3.345 ล้านล้านยูโร ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพิ่มขึ้น 1.85 แสนล้านดอลลาร์ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่หนี้สาธารณะดังกล่าวมีสัดส่วนร้อยละ 114 ของ GDP เพิ่มขึ้นเท่าตัวเมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2538 ที่อยู่ที่ร้อยละ 57.8 ของ GDP ส่งผลให้ปัจจุบันฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในประเทศที่มีหนี้สินมากสุดใน EUในปี 2568 ฝรั่งเศสมีภาระการชำระหนี้ 6 หมื่นล้านยูโร ซึ่งใกล้เคียงกับงบประมาณด้านกลาโหมในปัจจุบันที่อยู่ที่กว่า 5.05 หมื่นล้านยูโร ขณะที่หากไม่มีการดำเนินการเชิงรุกเพื่อแก้ปัญหาหนี้มหาศาล ประเมินว่า ภาระดอกเบี้ยอาจจะสูงถึง 1 แสนล้านยูโร ภายในปี 2572ท่ามกลางปัญหาหนี้ที่น่าเป็นห่วง เศรษฐกิจฝรั่งเศสก็ออกอาการไม่สู้ดี สำนักงานสถิติประเมินว่า การขยายตัวของ GDP ในปีนี้ไม่น่าจะเกินร้อยละ 0.6 เนื่องจากสารพัดความท้าทายกระทบต่อเครื่องยนต์เศรษฐกิจของฝรั่งเศส ทั้งการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ชะลอตัว อัตราการออมที่สูงทำสถิติ การลงทุนที่ยังไม่ฟื้น และการค้าโลกที่อ่อนแอลงจากมาตรการกำแพงภาษีของสหรัฐฯ เมื่อแยกรายไตรมาส GDP ในไตรมาสแรกขยายตัวเพียงร้อยละ 0.1 แต่ก็พลิกกลับจากไตรมาส 4 ปีที่แล้วที่หดตัวร้อยละ 0.1 และคาดว่า GDP น่าจะโตแตะร้อยละ 0.2 ในแต่ละไตรมาสที่เหลือของปีนี้ ซึ่งการปรับสมดุลทางการคลังของรัฐบาลกำลังส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เนื่องจากการลดรายจ่ายของภาครัฐลง
TNN ช่อง16 • 18 ก.ค. 68
อ่าน
แผ่นดินไหว 1,030 ครั้งใน 2 สัปดาห์ เกิดอะไรกับ "ญี่ปุ่น" หรือคำทำนายเป็นจริง?
ต้องบอกว่า แผ่นดินไหวกว่าพันครั้งนั้น ไม่ได้เกิดทั่วญี่ปุ่น แต่สั่นสะเทือนเพียงบริเวณรอบหมู่เกาะโทคาระ จังหวัดคาโกชิมะ ที่อยู่ห่างไกลจากแผ่นดินใหญ่ญี่ปุ่นไปมากและมันเกิดต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายนแล้ว แต่ก็ไม่มีสึนามิ หรือความเสียหายรุนแรงอะไร หมู่เกาะโทคาระ มี 12 เกาะ แต่มีเกาะที่คนอยู่อาศัย 7 เกาะ ประชากร 700 คน ไม่มีโรงพยาบาล และถ้าจะนั่งเรือเฟอร์รีมายังตัวจังหวัดคาโกชิมะ ก็ต้องใช้เวลา 6 ชั่วโมงแผ่นดินไหวที่เกิดรัว ๆ รอบนี้ ทำให้ประชาชนหวาดวิตก ไม่ได้หลับได้นอน จากแรงสั่นสะเทือนที่พวกเขารู้สึกได้ตลอดเวลา และล่าสุด ทางการได้แนะนำประชาชนให้เริ่มอพยพประชาชนออกจากเกาะต่าง ๆ แล้ว เพื่อความปลอดภัยญี่ปุ่นนั้น ตั้งอยู่ในวงแหวนแห่งไฟ และปีหนึ่งเจอแผ่นดินไหว 1,500 ครั้ง แต่สื่อญี่ปุ่นหลายแห่งรายงานตรงกันว่า แผ่นดินไหวถี่ ๆ เช่นนี้ ในบริเวณเดียว ค่อนข้างผิดปกติ แม้ว่าย้อนไปปี 2023 หมู่เกาะโทคาระจะเคยเจอแผ่นดินไหวถี่คล้ายกันนี้มาแล้ว แต่ก็เพียง 346 ครั้ง ไม่ถึงเป็นพันครั้งเช่นนี้ จะว่าจังหวะประจวบเหมาะก็ได้ กับคำทำนายจากมังงะวันสิ้นโลก ชื่อว่า อนาคตที่ฉันเห็น ที่ตีพิมพ์เมื่อปี 1999 มังงะนี้เคยทำนายภัยพิบัติได้ค่อนข้างตรงมาหลายครั้งแล้ว โดยคำทำนายหนึ่งระบุว่า ญี่ปุ่นจะเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ในวันที่ 5 กรกฎาคม 2025ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อต้นปีที่ผ่านมา รัฐบาลญี่ปุ่นเตือนถึงโอกาสเกิดแรงสั่นสะเทือนใหญ่ในแอ่งนันไก ใน 30 ปีข้างหน้า ด้วยโอกาส 75-82% ที่เรียกว่า “อภิมหาแผ่นดินไหว” ที่อาจก่อให้เกิดสึนามิ และทำให้มีผู้เสียชีวิตได้ถึง 300,000 คนปัจจัยเหล่านี้ ทั้งคำทำนายมังงะ การคาดการณ์ของรัฐบาล และแผ่นดินไหวที่เกิดประจวบเหมาะกับคำทำนาย ก่อให้เกิดข่าวลือมากมายในญี่ปุ่นเวลานี้ จนกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น ต้องออกมาย้ำว่า ไม่มีใครทำนายการเกิดแผ่นดินไหวได้จริงหรอกตามหลักวิทยาศาสตร์
TNN ช่อง16 • 4 ก.ค. 68
อ่าน
ผลการวิจัยเผย วางแผนเที่ยวก็มีความสุขแล้ว
หลายท่านคงได้กดใช้สิทธิ์โครงการเที่ยวไทยคลละครึ่งที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2568 แล้วตอนกดได้ คุณรู้สึกดีแค่ไหน จำกันได้ไหม เชื่อว่าใครกดได้ตั้งแต่ช่วงแรกๆต้องดีใจมากแน่ๆ แม้ไม่เท่าถูกห่วยที่ออกในวันเดียวกัน ความสุขแบบนี้ไม่ได้เป็นแค่ความรู้สึกผ่านๆ แต่มีงานวิจัยรองรับว่าการ วางแผนท่องเที่ยวล่วงหน้า มีผลต่อสุขภาพจิตและคุณภาพชีวิตของเราจริงๆ ไม่แพ้การออกเดินทางจริงเลยทีเดียวความสุขเริ่มตั้งแต่การ “รอคอย”งานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Cornell พบว่า ผู้คนรู้สึกมีความสุขมากจากการ รอคอย (anticipation) การเดินทาง มากกว่าการรอคอยสิ่งของหรือกิจกรรมอื่นๆ เช่น การซื้อของใหม่หรือรับประทานอาหารหรู ความตื่นเต้นในการวางแผน การนับวันรอ และการพูดคุยกับเพื่อนหรือครอบครัวเกี่ยวกับทริปที่จะมาถึง ล้วนช่วยเสริมสร้างสุขภาพจิตให้ดีขึ้น การเดินทางบ่อยครั้งเชื่อมโยงกับชีวิตที่มีความสุขนักวิจัยจาก Washington State University เผยว่า ผู้ที่เดินทางบ่อยครั้ง (ปีละ 4 ครั้งขึ้นไป) มีระดับความพึงพอใจในชีวิต (life satisfaction) สูงกว่าคนที่ไม่ค่อยได้เที่ยวถึง 7% แม้จะเป็นทริปสั้นๆ แต่การเปลี่ยนแปลงบรรยากาศและกิจวัตรช่วยให้เราได้พักผ่อนทั้งกายและใจการวางแผนช่วยลดความเครียดบริษัทด้านการท่องเที่ยวหลายแห่ง เช่น Walt Disney Travel Company รายงานว่า การมีทริปที่ตั้งตารอสามารถช่วยให้ผู้คนรู้สึก มีแรงจูงใจมากขึ้น ในการทำงาน และลดระดับความเครียดได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงที่ต้องรับมือกับชีวิตประจำวันที่เร่งรีบ การมีแผนทริปช่วยให้รู้สึกมี "รางวัล" รออยู่ข้างหน้า การเที่ยวกระตุ้นสมองและความคิดสร้างสรรค์นอกจากความสุขใจ การเดินทางยังช่วยให้สมองเราทำงานดีขึ้น งานวิจัยจาก University of Alabama และบทความใน Forbes ชี้ว่า การท่องเที่ยวไปยังสถานที่ใหม่ๆ ช่วยกระตุ้นระบบสมองที่เกี่ยวข้องกับความคิดสร้างสรรค์และความยืดหยุ่นทางจิตใจ (cognitive flexibility) [4] สิ่งเหล่านี้มีส่วนสำคัญต่อสุขภาพจิตในระยะยาวเคล็ดลับเล็กๆ เพื่อวางแผนเที่ยวอย่างมีความสุขวางแผนล่วงหน้าอย่างน้อย 1–3 เดือนเพราะการรอคอยทริปที่กำลังจะมาถึงเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ให้ความสุขมากที่สุด ยิ่งมีเวลาเตรียมตัวมากเท่าไหร่ ความสุขจากการคาดหวังก็ยิ่งยาวนานขึ้นกระจายวันหยุดให้มีทริปเล็กๆ หลายครั้งในปีไม่จำเป็นต้องรอเที่ยวครั้งใหญ่แค่ปีละครั้ง การมีทริปเล็กๆ เป็นช่วงๆ ตลอดปี ช่วยให้เราเติมพลังและมีสิ่งให้ตั้งตารออยู่เสมอเลือกจุดหมายที่หลากหลายและไม่จำเจลองเปิดใจไปยังสถานที่ใหม่ๆ หรือเปลี่ยนบรรยากาศจากที่คุ้นเคย เช่น จากภูเขาไปทะเล หรือจากเมืองใหญ่ไปต่างจังหวัดเล็กๆ การเปลี่ยนแปลงช่วยให้สมองตื่นตัวและรู้สึกสดใหม่บันทึกความทรงจำระหว่างทริปไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพ วิดีโอ หรือเขียนไดอารี่สั้นๆ ก็ล้วนช่วยให้เรา "ย้อนกลับไปมีความสุขอีกครั้ง" หลังจบทริปไปแล้วใช้โอกาสนี้เชื่อมสัมพันธ์กับคนรอบตัวการวางแผนร่วมกันกับเพื่อนหรือครอบครัว ไม่เพียงช่วยแบ่งเบาภาระ แต่ยังสร้างบทสนทนา ความผูกพัน และความทรงจำร่วมที่มีค่าอย่าลืมเผื่อเวลาให้ตัวเองได้พักจริงๆเที่ยวไม่จำเป็นต้องแน่นทุกนาที การเผื่อช่วงเวลาสงบ หรือ “เวลาว่างในทริป” ช่วยให้เราไม่เหนื่อยเกินไป และกลับมาทำงานได้อย่างสดชื่นจริงๆ
TNN ช่อง16 • 2 ก.ค. 68
อ่าน
ญี่ปุ่นผวา! แผ่นดินไหวไม่หยุด เสี่ยงซ้ำรอยภัยพิบัติรุนแรงในอดีต
เกิดปรากฏการณ์แผ่นดินไหวต่อเนื่อง (earthquake swarm) ในหมู่เกาะโทการะ จังหวัดคาโกชิมะ ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น ตั้งแต่วันที่21 มิถุนายน2025 โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) รายงานว่า จนถึงเช้าวันที่26 มิถุนายน มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นแล้วมากถึง474 ครั้ง บางครั้งมีขนาดสูงสุดถึงแมกนิจูด5.1 และมีระดับชินโดสูงสุดอยู่ที่4 ซึ่งสามารถรับรู้ได้ชัดเจนภายในอาคารแม้ยังไม่มีรายงานความเสียหายหรือผู้บาดเจ็บ แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า “แผ่นดินไหวถี่แบบนี้ไม่ใช่เรื่องปกติ” และมีแนวโน้มที่จะนำไปสู่แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อเกิดในพื้นที่เปราะบางทางธรณีวิทยาอย่างหมู่เกาะโทการะ ซึ่งอยู่บนแนวรอยต่อระหว่างแผ่นเปลือกโลกฟิลิปปินส์กับยูเรเชีย แรงสั่นสะเทือนกระจายอยู่รอบเกาะยาคุชิมะและหมู่บ้านโทชิมะ โดยมีความลึกของแผ่นดินไหวเฉลี่ยอยู่ที่ 10–20 กิโลเมตร ซึ่งอยู่ในระดับที่สามารถก่อความเสียหายได้หากเกิดแรงสั่นสะเทือนขนาดใหญ่ในอนาคตแม้ในขณะนี้ JMA ยังไม่ประกาศเตือนภัยสึนามิหรือภูเขาไฟระเบิด แต่ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า “ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะโทการะเป็นเขตภูเขาไฟ และประวัติศาสตร์บอกเราว่า แผ่นดินไหวถี่ในลักษณะนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนก่อนเกิดภัยธรรมชาติที่ใหญ่กว่า” เหตุการณ์นี้ทำให้หลายฝ่ายหวนคิดถึงกรณีหมู่เกาะอิซุในปี 2000 ซึ่งเกิดแผ่นดินไหวถี่ต่อเนื่องนานนับเดือนก่อนนำไปสู่แรงสั่นสะเทือนขนาดใหญ่ที่สร้างความเสียหายอย่างมาก
TNN ช่อง16 • 27 มิ.ย. 68
อ่าน
ซีพีชี้ “โลกไร้ระเบียบ” ธุรกิจไทยต้องเร่งปรับ ใช้คน-เทคโนโลยีสร้างความมั่นคง
กรุงเทพฯ – เมื่อ 20 มิถุนายน 2568 : บนเวที “Mission WE Possible: เป้าหมายเราเป็นไปได้” ซึ่งจัดโดยโครงการ Mission WE รุ่นที่ 2 หลักสูตรสำหรับนักธุรกิจชั้นนำและนักธุรกิจรุ่นใหม่เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กร และการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้รับมอบหมายจากนายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อสนทนาและแลกเปลี่ยนมุมมองด้านความยั่งยืน เพื่อสะท้อนวิสัยทัศน์เชิงลึกในหัวข้อ “Megatrend โลกใหม่ นักธุรกิจไทยจะปรับตัวอย่างไร” ในการนี้ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กร และการพัฒนากลยุทธ์ ระบุว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ “ยุคไร้ระเบียบ” (Disorder) ซึ่งเป็นผลมาจากความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและรุนแรง ขณะที่กติกาเดิมไม่สามารถรับมือได้อีกต่อไป“นี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลง แต่คือการเปลี่ยนยุค เรากำลังอยู่ในห้วงเวลาที่ต้องออกแบบอนาคตร่วมกัน ภายใต้ระเบียบโลกใหม่ ประเทศไทยต้องเร่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะ ‘ทุนมนุษย์’ ซึ่งเป็นฐานรากของทุกระบบ และ ‘เทคโนโลยี’ ซึ่งเป็นพลังขับเคลื่อนสู่การเปลี่ยนผ่าน” ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กร และการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าว นอกจากนี้ ดร.ธีระพล ได้เปรียบเทียบว่า หากเศรษฐกิจคือแม่น้ำ ธุรกิจแต่ละแห่งก็เปรียบเสมือนเรือ เมื่อระดับน้ำลดลง เรือทุกลำย่อมได้รับผลกระทบ สิ่งที่ต้องเร่งทำจึงไม่ใช่แค่การพายเรือให้เร็วขึ้น แต่คือต้องเติมน้ำให้แม่น้ำ หรือกล่าวคือ ต้องร่วมกันสร้างระบบเศรษฐกิจที่ “ดีขึ้น” และ “ยั่งยืนขึ้น” ตั้งแต่รากฐานในการนี้ ได้ชี้ให้เห็นว่าเมกะเทรนด์ที่ธุรกิจไทยไม่อาจละเลย ได้แก่ 1.โลกหลายขั้วและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ 2.การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม 3.ความเร่งตัวของเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI และดิจิทัล 4.การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยความยั่งยืนในทุกมิติ โดยเฉพาะในภาคการเกษตร ซึ่งยังเป็นหัวใจของระบบเศรษฐกิจไทย การนำ AI และเทคโนโลยีการบริหารจัดการทรัพยากร เช่น น้ำและดิน เป็นต้น มาใช้ จะช่วยยกระดับผลิตภาพ ลดต้นทุน และสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่รองรับอนาคตได้อย่างแท้จริง“การอยู่รอดของธุรกิจไทยในระยะยาวไม่ได้วัดแค่ผลกำไร แต่ต้องวัดจากความสามารถในการปรับตัว ตอบสนอง และสร้างคุณค่าอย่างต่อเนื่องในโลกที่เปลี่ยนแปลงไม่หยุด” ดร.ธีระพลกล่าว ดร.ธีระพลยังกล่าวถึงการดำเนินงานของเครือเจริญโภคภัณฑ์ว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เครือฯ ได้ขับเคลื่อนเทคโนโลยีและนวัตกรรมในทุกกลุ่มธุรกิจ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการเกษตร อาหาร พลังงาน ค้าปลีก ไปจนถึงเทคโนโลยีดิจิทัล ภายใต้วิสัยทัศน์ “สร้างอนาคตที่ยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม” เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสในการมีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเท่าเทียม
TNN ช่อง16 • 23 มิ.ย. 68
อ่าน
“วันครีษมายัน” 21 มิถุนายน 2568 ช่วงเวลากลางวันยาวนานที่สุดในรอบปี
“วันครีษมายัน” วันที่มีช่วงเวลากลางวันยาวนานที่สุด“วันครีษมายัน” (Summer Solstice) ซึ่งเป็นวันที่มีช่วงเวลากลางวันยาวนานที่สุด และช่วงเวลากลางคืนสั้นที่สุดในรอบปี เนื่องจากดวงอาทิตย์โคจรไปถึง “จุดหยุด” หรือ “จุดเหนือสุด” บนเส้นทางการเคลื่อนที่ปรากฏบนท้องฟ้า ซึ่งปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันของทุกปี ตั้งแต่เดือนมีนาคม เป็นต้นมา ดวงอาทิตย์ปรากฏเคลื่อนที่ไปทางเหนือประมาณวันละ 1 องศา จนถึงจุดเหนือสุดในวันที่ 21 มิถุนายน ส่งผลให้ดวงอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และทำให้ในวันดังกล่าวประเทศไทยจะมีช่วงเวลากลางวันยาวนานที่สุดในรอบปี ดวงอาทิตย์จะขึ้นจากขอบฟ้าเวลาประมาณ 05:51 น. และจะตกลับขอบฟ้า เวลาประมาณ 18:47 น. รวมเวลาที่ดวงอาทิตย์ปรากฏอยู่บนท้องฟ้าประมาณ 12 ชั่วโมง 56 นาที (เวลา ณ กรุงเทพมหานคร) จุดเริ่มต้นฤดูร้อนในประเทศทางซีกโลกเหนือทั้งนี้ วันครีษมายัน ยังนับเป็นจุดเริ่มต้นของฤดูร้อนในประเทศทางซีกโลกเหนือ เช่น จีน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และยุโรป ขณะที่ประเทศในซีกโลกใต้ เช่น ชิลี ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ จะเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวในช่วงเวลาเดียวกัน ฤดูกาลบนโลกเกิดจากการเอียงของแกนโลก ซึ่งทำมุมประมาณ 23.5 องศา กับแนวตั้งฉากของระนาบโคจรรอบดวงอาทิตย์ ส่งผลให้แต่ละพื้นที่บนโลกได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์ไม่เท่ากัน ทั้งในแง่ของอุณหภูมิ และระยะเวลากลางวัน-กลางคืนที่แตกต่างกัน จึงเป็นที่มาของฤดูกาล โดยในฤดูร้อนเวลากลางวันจะยาวนานกว่ากลางคืน ดวงอาทิตย์ขึ้นเร็วและตกช้า ขณะที่ในฤดูหนาวจะตรงกันข้าม คือเวลากลางคืนยาวนานกว่า ดวงอาทิตย์ขึ้นช้าและตกเร็ว ปรากฏการณ์ต่อไปที่เกี่ยวข้องกับการขึ้น-ตกของดวงอาทิตย์ คือ “วันศารทวิษุวัต” (Autumnal Equinox) ในปีนี้ ตรงกับวันที่ 23 กันยายน 2568 วันดังกล่าวดวงอาทิตย์จะขึ้นทางทิศตะวันออก และตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกพอดี ส่งผลให้ช่วงเวลากลางวันเท่ากับกลางคืน ถือเป็นจุดเปลี่ยนผ่านฤดูกาล ประเทศในซีกโลกเหนือจะเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ขณะที่ประเทศในซีกโลกใต้จะเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี และมีความสำคัญทั้งทางวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง10 ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ที่น่าติดตามปี 2568 รอชมจันทรุปราคาเต็มดวงในรอบ 3 ปี
TNN ช่อง16 • 20 มิ.ย. 68
อ่าน
"ปูไข่-เจี๊ยบ" ออกจากเฟรนด์โซนมาเป็นแฟนโซน พร้อมเล่าวิธีง้อภรรยาที่ ChatGPT ยังต้องยอม
"ปูไข่ พงศ์สิรี บรรลือวงศ์" และ "เจี๊ยบ ชมพูนุช ปิยธรรมชัย" เมื่อมารายการ "Club Friday Show" ผลิตโดย CHANGE2561 ได้เผยความสัมพันธ์ที่เริ่มจากความเป็นเพื่อน แล้วไปสิ้นสุดทางเพื่อนตอนไหน ? อะไรคือตัวเร่งปฏิกิริยาที่ทำให้ความสัมพันธ์ของ "ปูไข่-เจี๊ยบ" ออกจากเฟรนด์โซนมาเป็นแฟนโซน บางคู่ก็ไม่เข้าใจ เธอชอบ ฉันไม่ชอบ แล้วทำไมเธอต้องเสียใจ ? "ปูไข่-เจี๊ยบ" เคลียร์กันยังไงเมื่อเจอเหตุการณ์ ความสุขของเธอไม่ใช่ความสุขของฉัน ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย วิธีง้อภรรยาของ ปูไข่ ที่ ChatGPT ยังต้องยอม เจี๊ยบ เคยคิดอยากลาออกจากวงการบันเทิง แต่ผู้ชายคนนี้แหละที่คอยซัพพอร์ตและให้กำลังใจอยู่ข้าง ๆ "ปูไข่-เจี๊ยบ" เล่าวิธีง้อภรรยาที่ ChatGPT ยังต้องยอม ดูทีวีออนไลน์ ช่องวัน31 ย้อนกลับไปก่อนหน้าที่จะคบกันอย่างเป็นแฟน ?เจี๊ยบ ชมพูนุช : ปูเวลาเป็นเพื่อนเค้าจะพูดจากวนประสาทเวลาที่พูดออกมาไม่ใช่เหมือนพูดค่ะ เหมือนเห่าออกมา เวลาตอนเป็นเพื่อนสมมติไปไหนมาไหนแล้วมีคนมาจีบเค้าเราทำยังไง ?เจี๊ยบ ชมพูนุช : อย่างเวลาไปเที่ยวคือเจี๊ยบจะต้องมีเค้าเหมือนเป็นบอดี้การ์ดค่ะ สมัยก่อนคือจะมีผู้ชายเข้ามาแบบส่องเราบ้างแต่นางก็จะไม่ค่อยแฮปปี้แล้ว พอสักประมาณตีสองเค้าจะเริ่มแบบสะกิดเหมือนไรจะกลับบ้าน เจี๊ยบก็จะแบบทำไม ทำไมต้องให้กลับบ้านด้วย เพราะถ้าเจี๊ยบไม่รีบกลับเค้าก็จะไม่ได้เข้าไปจีบผู้หญิงโต๊ะนั้น มันเป็นเวอร์ชั่นนั้น แล้วความเป็นเพื่อนมันมาข้ามเส้นกันตรงไหน ?ปูไข่ พงศ์สิรี : .... แล้วในความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นใครเป็นคนเริ่มต้นอย่างชัดเจนก่อน ?ปูไข่ พงศ์สิรี : ผมครับ ตอนนั้นมันจะมีโปรเจกต์หนังที่ผมต้องเล่นด้วย และเป็นผู้ช่วยหนึ่งด้วยครูของผมเค้าขอว่าเราต้องทุ่มเท ซึ่งการที่มีโปรเจกต์สิ่งนี้เกิดขึ้นทำให้ ?ปูไข่ พงศ์สิรี : มันเร่งเหมือนช่วงโควิดเลย ชีวิตเราจะเปลี่ยนอีกแล้วนะ เราต้องกั๊กเค้าไว้ก่อนเจี๊ยบ ชมพูนุช : ก่อนหน้านี้ปูไข่สอนเจี๊ยบด้วยนะคะ ตอนที่เป็นเพื่อนกัน ฟังนะเราเป็นผู้หญิงเรามีสิทธิ์เลือกให้เจี๊ยบคบไปเลย 5 คน แล้วในวันที่เค้ามาบอกว่าเค้าจะจีบเราแล้วนะ เจี๊ยบก็ถามเค้าว่าเรายังมีสิทธิ์คบ 5 คนได้อยู่ไหม เกิดมีกรณีเสียน้ำตาเกิดขึ้น ?เจี๊ยบ ชมพูนุช : เจี๊ยบอยากไปดูต้นการบูรสามพันปีแล้วเราก็มีความสุขกับมันมาก แล้วเจี๊ยบก็หันไปถามปูไข่ว่าคนดี คนดีมีความสุขไหม ปูไข่ก็หันกลับมาแล้วพูดว่าไม่มันเสียเวลา เจี๊ยบนั่งอยู่บนรถแล้วก็ร้องไห้ปูไข่ พงศ์สิรี : จากแอร์พอร์ตไทยไปถึงต้นการบูรเกิน 24 ชั่วโมง ผมไม่เข้าใจว่าคนหนึ่งสุขเรื่องหนึ่งได้เราไม่สุขก็ได้ อยู่ด้วยกันเข้าใจกันแค่ตรงนี้ มันจะได้ไม่มีความทุกข์ แต่วันนั้นผมไม่เข้าใจว่าทำไมเค้าสุขในการที่เห็นสิ่งนี้นะ ผมเฉย ๆ ไม่ได้ชอบแล้วทำไมเค้าต้องไปดูด้วย พอเค้าร้องไห้เราตกใจไหม ?ปูไข่ พงศ์สิรี : ตกใจครับ ถ้าเจี๊ยบโกรธปูไข่มีวิธีง้อยังไง ?ปูไข่ พงศ์สิรี : ผมถามก่อน ผมถามคำแรกเลยว่าผมทำอะไรเจี๊ยบ ชมพูนุช : เวลาที่เรามีอารมณ์ข้างในเจี๊ยบไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ เจี๊ยบก็จะบอกขอเวลาเจี๊ยบก่อน แต่เค้าจะเป็นสายที่แบบไม่ได้เป็นไรเจี๊ยบ ตอบตอบมาเดี๋ยวนี้ วิธีการแก้คือโอ๋ โอ๋คือเจี๊ยบต้องการให้ปูกอดบอกไปเลยเป็นประโยค ในชีวิตที่ผ่านมาตัวของเจี๊ยบเองรู้สึกว่านอยด์กับคำบางคำ คำวิพากษ์วิจารณ์บางคำ ซึ่งในตอนนั้นคนที่สามารถซัพพอร์ตความรู้สึกได้ดีคือปูไข่ตอนนั้นเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นเอ่ย ?เจี๊ยบ ชมพูนุช : มีอยู่วันนึงเจี๊ยบไม่ได้งานงานหนึ่งเพียงเพราะว่าไม่ชอบ เหมือนโลกมันถล่ม เจี๊ยบก็ร้อง ๆ ร้องไห้แล้วเจี๊ยบก็พูดกับปูไข่คำหนึ่งว่า ไม่อยากอยู่วงการบันเทิงแล้ว ไม่อยากทำงานในวงการบันเทิงแล้ว เพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่าและตัวเองไม่เคยดีพอ ติดตามเรื่องราวความรักที่เริ่มจากเฟรนด์โซนมาเป็นแฟนโซนของ "ปูไข่-เจี๊ยบ" ได้ในรายการ "Club Friday Show" ในวันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน นี้ เวลา 11.00 น. ทางช่องวัน31 อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : ปูไข่ เจี๊ยบ จูงมือจดทะเบียนสมรสในวันดี รู้สาเหตุแล้วว้าวเลย ส่องแหวนเพชรแต่งงาน! เจี๊ยบ-ปูไข่ กับความหมายสุดโรแมนติก "เจี๊ยบ-ปูไข่" เปิดใจครั้งแรกหลังแต่งงาน เผยยังไม่มีแพลนมีลูก!
ข่าวบันเทิง • 19 มิ.ย. 68
อ่าน
21 มิ.ย. วันครีษมายัน กลางวันยาวนานที่สุดในรอบปี
ในวันที่ 21 มิถุนายนของปีนี้ โลกจะเข้าสู่ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่เรียกว่า “วันครีษมายัน” (Summer Solstice) ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของฤดูกาล โดยเฉพาะสำหรับประเทศที่อยู่ในซีกโลกเหนือ รวมถึงประเทศไทยด้วย วันดังกล่าวเป็นวันที่ดวงอาทิตย์ปรากฏอยู่บนท้องฟ้านานที่สุดของปี ส่งผลให้ช่วงเวลากลางวันยาวนานกว่ากลางคืนอย่างชัดเจนในเชิงดาราศาสตร์ วันครีษมายันคือช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์โคจรขึ้นไปถึงตำแหน่งเหนือสุดของทรงกลมฟ้า หรือเส้นทรอปิกออฟแคนเซอร์ (Tropic of Cancer) ซึ่งอยู่ที่ละติจูดประมาณ 23.5 องศาเหนือ โดยนับจากช่วงเดือนมีนาคม (วันวิษุวัตฤดูใบไม้ผลิ) ดวงอาทิตย์จะค่อย ๆ เคลื่อนตัวจากซีกโลกใต้ขึ้นเหนือเรื่อย ๆ และไปถึงจุดสูงสุดในวันที่ 21 มิถุนายน จากนั้นจึงเริ่มเคลื่อนกลับลงใต้ ซึ่งการเคลื่อนตัวนี้เกิดจากความเอียงของแกนโลกที่ทำมุมประมาณ 23.5 องศา ในวันครีษมายัน ดวงอาทิตย์จะขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออกเฉียงไปทางเหนือมากที่สุด และตกลงทางทิศตะวันตกเฉียงไปทางเหนือมากที่สุดเช่นกัน ส่งผลให้เส้นทางของดวงอาทิตย์ที่พาดผ่านท้องฟ้ามีระยะทางยาวและสูงที่สุดในรอบปี ซึ่งหมายความว่าแสงแดดจะส่องถึงพื้นโลกในซีกโลกเหนือนานที่สุดวันครีษมายันถือเป็นวันเริ่มต้นของฤดูร้อนอย่างเป็นทางการในซีกโลกเหนือ ในทางกลับกัน ประเทศในซีกโลกใต้ เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ หรือประเทศในทวีปอเมริกาใต้ จะเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการในวันเดียวกันนี้ในบางประเทศที่ตั้งอยู่ใกล้วงกลมอาร์กติก เช่น นอร์เวย์ สวีเดน หรือฟินแลนด์ จะเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “พระอาทิตย์เที่ยงคืน” ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์ไม่ตกดินเลยตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้สามารถมองเห็นแสงสว่างได้แม้ในช่วงเที่ยงคืน ในรอบหนึ่งปี ปรากฏการณ์ลักษณะนี้จะเกิดขึ้น 2 ครั้งที่มีความสำคัญ คือ:วันครีษมายัน (ปีนี้ตรงกับวันที่ 21 มิถุนายน): ช่วงเวลากลางวันยาวนานที่สุดวันเหมายัน (21–22 ธันวาคม): ช่วงเวลากลางคืนยาวนานที่สุดนอกจากนี้ยังมีอีก 2 วันสำคัญคือ:วันวิษุวัต (ประมาณ 21 มีนาคม): กลางวันและกลางคืนยาวเท่ากัน เป็นจุดเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิวันศารทวิษุวัต (ประมาณ 23 กันยายน): กลางวันและกลางคืนยาวเท่ากัน เป็นจุดเริ่มต้นของฤดูใบไม้ร่วงนอกจากความสำคัญทางวิทยาศาสตร์แล้ว วันครีษมายันยังมีความหมายในเชิงวัฒนธรรมและจิตวิญญาณในหลายภูมิภาคทั่วโลก หลายประเทศมีการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองในวันนี้มาอย่างยาวนาน เช่นที่อังกฤษ ผู้คนจำนวนมากเดินทางไปยังแหล่งโบราณสถานอย่างสโตนเฮนจ์ เพื่อเฝ้าดูพระอาทิตย์ขึ้น ซึ่งในวันครีษมายัน ดวงอาทิตย์จะขึ้นพาดตรงผ่านเสาหินสำคัญพอดี หรือในกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย มีการเฉลิมฉลองที่เรียกว่า “Midsummer” ซึ่งเป็นหนึ่งในเทศกาลที่สำคัญของปี ผู้คนจะจัดงานเลี้ยง รำวง และทำกิจกรรมกลางแจ้งส่วนในวัฒนธรรมของชาวมายาและอินคาในอเมริกากลางและอเมริกาใต้ วันครีษมายันเคยถูกใช้เป็นจุดอ้างอิงสำหรับการบูชาดวงอาทิตย์ และเป็นตัวกำหนดฤดูกาลเกษตรกรรมส่วนประเทศไทย แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในแนวละติจูดที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์เที่ยงคืนหรือกลางวันยาวนานสุดโต่งเหมือนประเทศแถบใกล้ขั้วโลกเหนือ แต่วันครีษมายันก็ยังส่งผลต่อรูปแบบของแสงแดดและอุณหภูมิภายในประเทศอย่างชัดเจน โดยในวันนี้ ประเทศไทยจะมีช่วงเวลากลางวันยาวนานที่สุดของปี โดยดวงอาทิตย์จะขึ้นเร็วและตกช้ากว่าปกติ เช่น ในกรุงเทพมหานคร ดวงอาทิตย์จะขึ้นเวลาประมาณ 05:51 น. และตกเวลาประมาณ 18:47 น. ซึ่งรวมแล้วทำให้มีช่วงเวลากลางวันนานถึงเกือบ 13 ชั่วโมง นานกว่าช่วงอื่นของปีประมาณ 1 ชั่วโมงวันครีษมายันเป็นวันที่มีความสำคัญทั้งทางวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม โดยแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ ซึ่งส่งผลต่อสภาพอากาศ ฤดูกาล และวิถีชีวิตของผู้คนทั่วโลก แม้ในปัจจุบันที่เทคโนโลยีก้าวหน้าไปมาก ความเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติเหล่านี้ยังคงมีอิทธิพลต่อจังหวะชีวิตและการดำเนินชีวิตของมนุษย์อย่างลึกซึ้ง
TNN ช่อง16 • 20 มิ.ย. 68
อ่าน
21 มิ.ย. วันครีษมายัน กลางวันนานที่สุดในรอบปี
ในวันที่ 21 มิ.ย. 2568 ดวงอาทิตย์จะโคจรไปถึงจุดเหนือสุดบนท้องฟ้า ซึ่งเป็นผลจากการที่โลกเอียงทำมุมกับระนาบวงโคจรของตัวเอง โดยตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม ดวงอาทิตย์จะเคลื่อนที่ไปทางทิศเหนือเรื่อย ๆ จนถึงจุดสูงสุดในวันที่ 21 มิถุนายน และหลังจากนั้นจึงจะเริ่มเคลื่อนกลับลงมาทางใต้ ผลจากการที่ดวงอาทิตย์อยู่ทางเหนือมากที่สุดในวันนี้ ทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่ดวงอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออกเฉียงไปทางเหนือที่สุด และตกทางทิศตะวันตกเฉียงไปทางเหนือที่สุดเช่นกัน จึงทำให้มีช่วงเวลากลางวันยาวนานกว่ากลางคืนในวันดังกล่าว สำหรับประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในซีกโลกเหนือ ในทางกลับกัน ประเทศที่อยู่ใน ซีกโลกใต้ เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และประเทศในทวีปอเมริกาใต้ จะมีช่วงเวลากลางวันสั้นที่สุด และเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ ในหนึ่งปี จะมี 2 วันที่ช่วงเวลากลางวันและกลางคืนไม่เท่ากันอย่างสุดขั้ว คือ:• วันครีษมายัน (21 หรือ 22 มิถุนายน): ซีกโลกเหนือเข้าสู่ฤดูร้อน ซีกโลกใต้เข้าสู่ฤดูหนาว• วันเหมายัน (21 หรือ 22 ธันวาคม): ซีกโลกเหนือเข้าสู่ฤดูหนาว ซีกโลกใต้เข้าสู่ฤดูร้อน ดังนั้น วันครีษมายัน จึงนับเป็นจุดเปลี่ยนผ่านของฤดูกาลตามธรรมชาติ และเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ ซึ่งส่งผลต่อวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของผู้คนในหลายภูมิภาคทั่วโลก
TNN ช่อง16 • 19 มิ.ย. 68
อ่าน
ทรัมป์เผย สหรัฐฯ ไม่เกี่ยวข้องกับการโจมตีอิหร่าน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่อิสราเอลโจมตีอิหร่านว่า สหรัฐอเมริกาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับการโจมตีอิหร่านเมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา แต่หากสหรัฐฯ ถูกโจมตีไม่ว่ารูปแบบใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม กองทัพสหรัฐฯ จะตอบโต้ด้วยพลังอำนาจอย่างเต็มที่ และรุนแรงในระดับที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน ทรัมป์ยังบอกอีกว่าสหรัฐฯสามารถบรรลุข้อตกลงระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลได้อย่างง่ายดายและยุติความขัดแย้งอันนองเลือดนี้ได้ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ให้เวลา 60 วันแก่อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เพื่อเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ โดยเตือนว่าจะเกิดผลที่ตามมาหากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ในเวลานั้น ทรัมป์เรียกร้องให้เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีของอิสราเอลชะลอการโจมตีอิหร่าน เพื่อให้มีพื้นที่ในการเจรจาหลังจากที่อิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา นอกจากนี้ ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “ผมไม่รู้ว่าคุณรู้หรือไม่ แต่ผมได้เตือนพวกเขาไปแล้ว 60 วัน และวันนี้ก็เป็นวันที่ 61 แล้ว"
TNN ช่อง16 • 15 มิ.ย. 68
อ่าน
‘AssetWise presents Marketing Oops! Summit 2025’ ยกทัพสุดยอด Exclusive Speaker ชั้นนำระดับโลกและไทย มากกว่า 80 คน จัดเต็ม 4 เวที
‘AssetWise presents Marketing Oops! Summit 2025’สุดยอดงานด้านการตลาดและเทคโนโลยีแห่งปี ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 27 มิถุนายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใต้ธีม‘Connected Reality’เปิดตัวไลน์อัป‘Exclusive Speaker’ มากกว่า 80 คนจากองค์กรชั้นนำระดับโลกและไทยผ่าน 4 เวทีสุดเข้มข้น ได้แก่ ‘GLOBAL STAGE’ เวทีใหม่จัดขึ้นครั้งแรกในปีนี้ เจาะกลยุทธ์ขยายตลาดข้ามพรมแดน พร้อมการปรับใช้กลยุทธ์ท้องถิ่น, ‘VISIONARY STAGE’ ถ่ายทอดมุมมองจาก CEO, CMO และนักการตลาดแถวหน้า พร้อมแชร์อินไซต์ผู้บริโภค, ‘GROWTH STAGE’ รวมกลยุทธ์เติบโตอย่างยั่งยืนผ่าน Data, CRM, Performance Marketing และกรณีศึกษาจากแบรนด์ และอีกหนึ่งเวทีใหม่ของปีนี้ที่ห้ามพลาด! ‘SME POWER UP STAGE’ เพื่อผู้ประกอบการ SME ที่ต้องการเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพพร้อมหรือยัง! พบกับ Sessions และรายชื่อสุดยอด Speaker บอกได้เลยว่าแต่ละคนเป็นตัวจริง เสียงจริงในวงการ มากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ จะมาแชร์เทคนิค กลยุทธ์ และทุกบทเรียนแบบจัดเต็ม! GLOBAL STAGE:From Storeroom to Superapp - Growing internationally without losing local magic. โตทั่วเอเชีย ด้วยกลยุทธ์แบบคนข้างบ้าน และเสน่ห์ความเป็นโลคอล - โดย Grab, Singaporeฟังเสียงกระซิบจาก AI รู้เทรนด์ล่วงหน้าแบบไม่ต้องเดา Your AI Trend Whisperer Is Ready. Are You? - โดย TrendWatching, NetherlandsLoyalty Without Limits เชื่อมโลกค้าปลีก สร้างประสบการณ์ไร้พรมแดน! โลก - โดย The Mall GroupFrom Lab to Life: Learn form IBM Labs - From Beauty to Energy and What Comes Next. AI จากแล็บ สู่โลกธุรกิจจริง - โดย IBM Labs SwitzerlandPictures Speak. Visual Search Leads เปลี่ยนภาพที่ใช่ เป็นเซลล์ที่วิน–ครั้งแรกในไทย กับ PinterestLiquid Experience: จากจุดขาย สู่จุดเชื่อมโยงทางใจ เมื่อแบรนด์สร้างยอดขายผ่านไลฟ์สไตล์ Turning Consumption into Lifestyle + Cultural Connection - โดย Diageo Moet Hennessy (Thailand) และWonderfruit FestivalAI x Luxury x Lifestyle พลิกโลก Wellness สู่ Healthness - โดย Technogym ThailandBehind the Boom! กลยุทธ์สเกลธุรกิจใน SEA ที่ไม่มีใครบอกคุณ What It Really Takes to Scale Commerce in Thailand SEA - โดย CP AXTRA PCL. และ aCommerce GroupMastering AI-Powered Live Commerce - From Local Hits to Regional Wins บทเรียนจากไทยถึงอาเซียน - โดย AnyMind GroupVISIONARY STAGE:From Piano Man to Platform Architect: Rethinking Music Marketing in the Age of Lifestyle Convergence จากศิลปินนักเปียโน สู่ ผู้สร้างแพลตฟอร์ม: เมื่อ Music Marketingเปลี่ยนไปสู่การเชื่อมต่อไลฟ์สไตล์–โดยโต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพรThe Creative War Room Behind Netflix’s Campaigns ดูกันทั้งเมือง เบื้องหลังแคมเปญไวรัลของ Netflix ที่ทุกคนพูดถึง - โดย Netflix Thailand, VML และ JONGLUCKDEEGetting Oversized Impact in a Noisy World กลยุทธ์ GrabAds สร้าง Impact ให้แบรนด์ ท่ามกลางสนามรบแห่งความสนใจ - โดย Grab ThailandMercedes-Benz x BBDO: Where Creative Chemistry Creates Real Impact จับเขย่า 'เคมี' เปิดแนวคิดปั้นแคมเปญ สร้าง Effect สะเทือนทุก Gen! - โดย Mercedes-Benz (Thailand) และ BBDO Bangkokเมื่อ OOH X Marketing Intelligence พลิกเกมสื่อนอกบ้าน สู่ยุค Data-Driven - โดย PLAN B MEDIAMeasurement 360 See the Whole Picture. Win the Bigger Game มองให้ครบทุกมิติของการตลาด แล้วชนะในเกมธุรกิจที่ใหญ่กว่า - โดย Meta, Thailand GROWTH STAGE:CRM x Life Moments จากแค่รู้ว่าใคร…สู่การรู้ว่าเมื่อไหร่ CRM ที่ขับเคลื่อนด้วย Data Life Context - โดย Krungthai Card (KTC), Food Passion (Bar B Q Plaza) และ BUZZEBEESเมื่อ AI คือ เพื่อนร่วมทีม ในโลกของเอเจนซี่ When AI is A Real Teammate in the Agency World - โดย Hakuhodo First, TBWATHAILAND, Dentsu Group of Companies และ Publicis Groupe, ThailandConsumers Untold 2025 เจาะอินไซต์ พลิกเกมการตลาด ชนะใจผู้บริโภค - โดย GroupM Thailandกลยุทธ์อนาคต กับเจนเปลี่ยนเกมFuture Proof Strategies for Young Paradox Generation-โดย VMLAnatomy of Excellence เจาะลึกแคมเปญรางวัลระดับเอเชีย-โดย MMA Global APAC, SMARTIES Worldwide, Publicis Groupe Thailand และGrab ThailandAgentic AI for Smart Loyalty สร้าง Loyalty ด้วย AI ที่คิดได้เอง เปลี่ยนทุกแคมเปญให้เฉียบคม - โดย Rocket InnovationFrom Pet to Family เข้าใจหัวใจ Pet Parents อินไซต์ดี = พ่อแม่ไม่ลังเล แบรนด์ไหนเข้าใจ “ลูก” ก็ได้อยู่ในบ้าน - โดย Pramy Cat, Far East Fame Line DDB Plc., Thonglor pet hospital, เจ้าของช่อง Mali The Samoyed,น้องโชกุน (Special Guest) และ Publicis Media ThailandSME POWER UP STAGE:Breakthrough Uncertain Challenges and Changes: รู้ทันการเปลี่ยนแปลง ปรับเปลี่ยนประสบการณ์ให้ลูกค้ารัก - โดย LINE ThailandFrom Zero to Power. How to create a power brand ปั้นแบรนด์ให้คนจดจำและครองใจตลาด - โดย FastworkFrom Local Love to Global Demand กลยุทธ์ Go Global ของแบรนด์ไทยในตลาดจีน เวียดนาม – โดย Far East Fame Line DDB, Bertram 1958 และ Mango Group MediaMuketing - มูอย่างมีคลาส: จับกระแสความเชื่อ จากศรัทธา สู่ยอดขาย - โดย Kasikornbank, Karava Thailand Harmenstone, MK Restaurant Group และ Nasket Retailเมื่อความอร่อยอย่างเดียวไม่พอ จุดเปลี่ยนร้านอาหาร - จะไปต่อหรือพอแค่นี้? - โดย Baanlahnyai, Grab Thailand, Ruay Mai Yood และ ช่อง Kia Zaab“แบรนด์นี้ฉันสร้างเอง” เกมธุรกิจที่ไม่ต้องเล่นตามใคร สร้างยอดขายหลักร้อยล้านในพริบตา - โดย The Na Thailand และ HAPPY SUNDAYเต่าบอก - ถ้าเต่าพูดได้ เต่าจะบอกว่า "Data คือคำตอบ" - โดย Forth Vending Company Limited (TAO BIN) ดำเนินรายการโดย คุณตูน สุธีรพันธุ์ สักรวัตรAI for SMEs Real Tools, Real Growth ธุรกิจเล็ก พลังใหญ่ ปลดล็อกการเติบโตด้วย AI - โดย MicrosoftZero Budget Marketing โตได้โดยไม่ง้องบโฆษณา - โดย Punpromotion, Green food factory (Salad Factory), Aprilpoolday และ Createxนอกจาก 4 เวทีแล้ว ยังมีอีก ‘6 Workshops’ ที่ผู้เข้าร่วมสามารถนำไปใช้ได้จริง ไม่ว่าจะเป็น From Raw Idea to Viral Content, Consumer Insight Unlocked, Surprising Thai Hits: What’s Hot in China and Vietnam และ Make LINE Work: Strategies to Create Share-Worthy Customer Experiences, AI-Driven Innovation เป็นต้น ที่เน้นประสบการณ์และกรณีศึกษา ที่ผู้เข้าร่วมสามารถนำไปใช้ได้จริงรวมทั้งโซน ‘EXHIBITION’ นำเสนอเทคโนโลยีและโซลูชันล่าสุดด้าน MarTech, AI, O2O, OOH Media, CRM และ Retail Mediaไม่เพียงเท่านั้น พลาดไม่ได้กับกิจกรรม ‘REWARDS ให้คุณได้เชื่อมต่อกับโซน Exhibition พร้อมลุ้นรับของรางวัลที่ใครๆ ก็อยากได้ (มีจำนวนจำกัด)‘AssetWise presents Marketing Oops! Summit 2025’ไม่ใช่แค่งานสัมมนา แต่ยังเป็นงานรวมกันของเหล่าผู้บริหาร นักการตลาด เอเจนซี แบรนด์ดังทั้งระดับโลกและไทยมากกว่า 2,000 คน! ที่จะได้มาพบปะพูดคุย แบ่งปันมุมมอง ไอเดีย และแรงบันดาลใจ เพื่อจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ อัปเดตเทรนด์ใหม่ก่อนใคร พร้อมนำไปต่อยอดธุรกิจและแบรนด์ของคุณให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด!ซื้อบัตร ‘AssetWise presents Marketing Oops! Summit 2025’ ได้แล้ววันนี้ที่ https://www.eventpop.me/s/marketingoops-summit2025 แล้วพบกันวันที่ 27 มิถุนายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ Ballroom Hall 1-4รายละเอียดบัตรเข้าร่วมงาน:REGULAR: 2,900 บาท (16 พ.ค.–22 มิ.ย. 2568)FINAL CALL: 3,900 บาท (23-27 มิ.ย. 2568)Group Discount: ซื้อ 5–9 ใบ ลด 5% | 10 ใบขึ้นไป ลด 10%รับชมย้อนหลังได้ 2 เดือน (ยกเว้นบาง Session)ฟรี! Access แพลตฟอร์ม TrendWatching Intelligence ระยะเวลา 2 เดือน มูลค่า 50,000 บาทรายละเอียดเพิ่มเติม: https://marketingoops.com/marketingoopssummit2025ติดต่อ Sponsorship ได้ที่: https://marketingoops.com/marketingoopssummit2025/sponsor/
TNN ช่อง16 • 4 มิ.ย. 68
ดูเพิ่มเติม